หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจของวันแรกที่เดินทางมาถึงหลวงพระบาง พลันที่แสงอาทติย์ลับขอบฟ้าไป จิตใจของคนในทีมของเรา ( แม่เจ้าโมเด็มและคุณยาย ) ก้ใจจดจ่ออยู่กับแหล่งซื้อ-ขายสินค้าหัตถกรรมองหลวงพระบาง หรือที่ถูกเรียกติดปากว่าตลาดมืด( Night Market , Night Bazaar ) ก็ได้ ซึ่งสภาพของตลาดมืดที่เมืองหลวงในวันนี้ ไม่มืดเหมือนเมื่อครั้งแต่เก่าก่อนแล้วล่ะครับ แม้ทุกร้านยังคงวางขายของแบบกะดินเหมือนเดิม แต่เกือบทุกร้านแทบจะมีหลอดไฟ หลอดผอมหรืออย่างน้อยๆก็หลอดเกลียวอยู่อย่างน้อยหนึ่งหลอดพร้อมๆกับหลังคาสำเร็จรูปแบบ Knock down สีแดง น้ำเงินวางเรียงรายเกือบตลอดแนว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเลือกและดูสินค้าได้ทุกสภาพอากาศแน่ๆครับ สินค้าในตลาดมืดองคนเมืองหลวงนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นสินค้าพื้นเมือง ผ้า กระเป๋า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน เครื่องเงิน( น่าจะ ) เป็นสินค้าทำมือเสียเป้นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ไม่เคยจางหาย ของตลาดแห่งนี้ ลวดลายปักของกระเป๋าย่ามแต่ใบคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน เพราะล้วนแต่เกิดจากการทำจากมือเจ้าของร้านหรือลูกหลาน จริงๆ รวมถึงสินค้าที่ระลึกของเมือง เช่น ตุ๊กตาปู่เยอ-ย่าเยอ สติ๊กเกอร์ ไม่แกะสลัก ส่วนใหญ่ผมได้แต่ชมและมองครับ เสียดายมากๆครับ ที่แห่งนี้มีอะไรให้ทำได้สนุกมากมาย ถ้าได้ทำการบ้านมาก่อน ซึ่งผมหมายถึง พวกผู้ชายแบบเราที่ไม่ถนัดในการ shopping สินค้าหัตถกรรมพวกนี้เลย อย่างมากคือการดูและชมเท่านั้น ที่แห่งนี้มีผ้าลายสวยๆมากมายครับ ดูผ่านๆแล้วไม่เหมือนบ้านเราเท่าไหร่ ( มีบ้างที่คล้าย ) ดังนั้นหากได้ทำการบ้านมาก่อน มี Guide book เกี่ยวกับลายผ้าต่างๆน่าจะช่วยทำให้การเดินตลาดมืด ที่เมืองหลวงมีสีสันมากขึ้น เพราะดูดีๆแล้ว มันเยอะมากและมีความหมายทั้งนั้น



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • narong100

    เราใช้รถส่วนตัวเข้าไปทางไหนสะดวก คือลาวเลนการขับรถจะตรงข้ามเรา ขวาเป็นซ้าย ถ้าเอารถเข้าไปจะมีปัยหาไหมครับ

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 06:42
  • eaaw

    คึกคักเหมือนกันนะนี่

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 05:44
  • spras77

    โคมไฟแปลกตา ของฝากติดมือถึงมิตรสหาย

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:21
  • spras77

    สินค้าของชาวเขาก็มีครับ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:20
  • spras77

    แสงหมดแล้ว คนเริ่มหนาตา
    ทุกเชื้อชา ทุกสัญชาติ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:20
  • spras77

    ร้านนี้ล่ะ ก็โอเค ครับ
    แต่สู้ข้าวจี่ บาแก๊ต เจ้ายอดนิยมผมบ่ได้ดอก :)

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:19
  • spras77

    ปากทางเข้าตลาดมืด มีเรือนพักและร้านเบเกอรี่ ที่คนนั่งกันหนาตาทีเดียว

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:18
  • spras77

    สินค้าที่ซื้อฝากติดมือเพื่อนๆเสมอ
    ราคาไม่แพงมากนัก ราว60 - 80 บาทขึ้นกับขนาดและเนื้อผ้า

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:18
  • spras77

    ตั้งร้านเสร็จแล้ว ก็พร้อมครับ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:17
  • spras77

    ลูกค้าก็เริ่มกรจายราได้แล้วล่ะครับ
    ไม่ต้องรอให้มืดค่ำ

    ส่วนใหญ่ได้ยินแต่เสีงภาษาไทย เจี๊ยวจ๊าวเต็มไปหมด
    แต่ทุกคนก้มีรอยยิ้มให้แก่กัน เมื่อรู้ว่ามาจาก เมืองไทยเหมือนๆกัน

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:16
  • spras77

    แม่ค้ากำลังตั้งร้าน

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:15
  • spras77

    ร้านนี้ เห้นมีแต่คนสั่งสลัดกัน
    สลัดหลวงพระบาง ของขึ้นชื่อ ต้องลองครับ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:15
  • spras77

    แลกเงินที่นี่ก็ได้

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:14
  • spras77

    นั่งรับแดดอุ่นๆ กาแฟหอม บรรยากาศแบบไม่เร่งรีบ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:14
  • spras77

    เป็นทั้งร้านอาหารและแกลลอรี่

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:14
  • spras77

    อยู่ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์พอดี ครับ
    ชาวคริสเลยสนุกสนานรื่นเริง กันเป็นพิเศษ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:13
  • spras77

    ลิบๆโน่นร้านค้ากำลังตั้งร้านกัน

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:12
  • spras77

    เดินรถทางเดียว และรถใหญ่ห้ามเข้าอยู่แล้ว

    จักรยานดีที่สุดครับ

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:12
  • spras77

    ย่านร้านอาหาร บาร์ เรือนพัก บ.ทัวร์ต่างๆ
    แถวนี้ แหล่งรวมนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
    นอน นั่ง เลื้อยระเกะระกะเต็มสองฟากถนน

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:11
  • spras77

    ของที่ระลึก ตุ๊กตาปู่เยอ - ย่าเยอ

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ปู่เยอ ย่าเยอ"

    คนที่สนใจเรื่องราวของหลวงพระบาง หรือเคยไปเยี่ยมยามเธอยามวันปีใหม่ลาว ซึ่งคือวันสงกรานต์ จะเห็นหุ่นคู่หนึ่ง หน้ากลมสีแดง มีขนยาวพะรุงพะรังใช่มั้ยครับ หุ่นสองตัวนั่นแหละ คือ "ปู่เยอ ย่าเยอ" คนที่มีหน้าผากสีทองเป็น "ย่าเยอ" ส่วนที่มีหน้าผากสีเงินเป็น "ปู่เยอ"

    ชาวหลวงพระบางเชื่อว่า ปู่เยอ และย่าเยอ นี้เป็นบรรพบุรุษ ของตน ตามตำนานกล่าวว่า....

    "ขุนบูรมราชาธิราชเจ้า" เป็นเจ้า "เมืองหนองแส" แต่ถูกจีนรุกราน จึงอพยพมาตั้งบ้านเมืองใหม่อยู่ที่ "เมืองนาน้อยอ้อยหนู" แล้วเรียกชื่อเมืองนี้ใหม่ว่า "เมืองแถน"

    ขุนบูรมราชาธิราชเจ้า มีโอรสทั้งหมด 7 คน คือ ขุนลอ ท้าวผาลาน ท้าวจุลง ท้าวคำผง ท้าวอิน ท้าวกม ท้าวเจือง

    โดยขุนลอได้มาสร้างและปกครองเมืองล้านช้าง ซึ่งก็คือ เมืองหลวงพระบางนั่นเอง ต่อมาเมืองแห่งนี้บังเกิดมี "เครือเถากาด" เลื้อยขึ้นเกาะกุมไปทั่วผืนฟ้า บังเกิดความหนาวเย็นแก่อาณาประชาราษฎร์ทั้งมวล เจ้าเมืองไม่รู้จักทำอย่างไรได้ จึงประกาศหาคนดีมีฝีมือขึ้นไปตัดเครือเถากาด เพื่อให้แสงตะวันฉายฉานลงมา มอบความอบอุ่นให้แก่ไพร่ฟ้า

    ปู่เยอ ย่าเยอ คู่ผัวตัวเมียคู่หนึ่งรับอาสาทำการใหญ่นั้น ใช้มีดพร้าตัดฟันเครือเถากาดนั้นอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืนจึงสำเร็จ เมื่อเครือเถากาดฟ้าถูกโค่นลง แสงตะวันที่ถูกบดบังก็ฉายฉานขับไล่เมฆหมอกที่หนาวเย็นที่ปกคลุมเมืองให้มลายล้างไป อาณาประชาราษฎร์จึงเป็นสุขขึ้นอีกครั้ง

    แต่อนิจจา ปู่เยอ ย่าเยอ ที่มีสังขารชราและต้องหักโหมตรากตรำอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน ก็ล้มเจ็บแล้วสิ้นชีพไป ชาวหลวงพระบางจึงให้ความเคารพนับถือ ปู่เยอ ย่าเยอ ในฐานะเทวดาของเมืองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    ปู่เยอ ย่าเยอนี้เป็นเทวดาหลวงที่เก็บรักษาไว้ที่หอไหว้ที่วัดอาราม (อ่านว่าวัดอาฮาม) จะนำออกมาก็ต่อเมื่อถึงบุญสงกรานต์เท่านั้นครับ และผู้ที่ใส่ชุดปู่เยอ ย่าเยอนี้จะต้องเป็นคนที่ได้รับเลือกมาแล้วเท่านั้น ก่อนจะนำหุ่นปู่เยอย่าเยอออกมาจากหอไหว้ ต้องทำพิธีเสี่ยงทายข้าวเปลือก โดยเสี่ยงทายว่าจะหยิบได้ จำนวนคู่ จำนวนคี่ ผมจำลายละเอียดไม่ได้เสียแล้วล่ะครับว่า จะต้องเป็นคู่หรือ คี่ และต้องเสี่ยงกี่ครั้ง เพราะที่เคยไปศึกษานั้นมันก็ล่วงเลยมาสามสี่ปีแล้วครับ ต้องไปค้นในบันทึกอีกที

    ปล. การเสี่ยงทายด้วยการหยิบข้าวเปลือกนี้ เรายังพบอยูบ่อยครั้งในพิธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต เช่น การปลูกเรือนในประเทศลาว หากสนใจ ไปค้นต่อในเรื่อง "เรือนลาว" ครับ เป็นงานวิจัยที่ชาวฝรั่งเศสมาศึกษาไว้ และมีแปลเป็นภาษาลาว

    การเสี่ยงทายด้วยข้าวเปลือก เป็นพิธีกรรมที่ตั้งคำถามกับธรรมชาติถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ตัวอย่างเช่น ในตำนานพื้นเมืองเชียงแสน ที่กล่าวถึงการสร้างเวียงเชียงตุงของพระยามังราย ก็จะมีการเสี่ยงทายหว่านข้าวเปลือกลงบนที่ที่จะสร้างเมืองแล้วดูว่าข้าวงอก เป็นต้น

    credit : k.กอล์ฟ @ painaima

    โพสเมื่อ 4 ม.ค. 53 เวลา 10:09

ตลาดมืด ที่เมืองหลวง
โพสต์เมื่อ วันจันทร์ ที่ 4 มกราคม 2553
เวลา 15:37
เข้าชม 1,133 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/u5tQWy