วัดในหลวงพระบางมีจำนวนมากถึงกว่า 40 แห่ง ซึ่งเมื่อเทียบแล้วดินแดนหลวงพระบางแห่งนี้นอกจะอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของชาวหลวงพระบาง ยังเป้นสิ่งที่สำคัญและคงดำรงอยู่ในความเป็นคนหลวงพระบาง เด็กชายหลายคนยังคงใช้โอกาสในการได้เข้ามารับใช้พระศาสนา เพื่อดำรงความเป็นเป็นพุทธศาสนาให้มั่นคงแล้ว พระศาสนจายังให้โอกาสในการพัฒนาตนเองอีกด้วย พระสงฆ์หลายรูปจากหลวงพระบาง ซึ่งมาจากชีวิตเด็กยากจน ตัวเล็กแล้วเข้ามาศึกษาร่ำเรียนทั้งทางโลกและทางธรรม หลายรูปได้เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งในกรุงเทพและในทางภาคอีสาน จบกลับไปรับใช้ชาวหลวงพระบางและชาวลาว จำนวนมาก ที่นี่ศรัทธาของพุทธศาสนาสนิกชนยังคงดำรงอยู่ หลายคนเคยสงสัยในจารีตที่ได้ศึกษาหรือพบเจอ ว่า สังคมนิยม / คอมมิวนิตส์กับศาสนามักจะไปด้วยกันไม่ได้ แต่ที่นี่ สปป.ลาว , หลวงพระบาง กลับไม่ใช่เช่นนั้น การมีและดำรงอยู่อย่างแข็งแรงของพุทธศาสนาจนถึงวันนี้ก็เพราะด้วยกลไกของภาครัฐของ สปป.ลาวเอง ไม่ว่าจะปกครองด้วยรูปแบบใด ลักษณะไหน พุทธศาสนาก็ยังคงอยู่ " เพิ่นสิเฮ็ด บ่ให้ขัดกัน " คำตอบสั้น ง่ายๆและอธิบายทุกสิ่งได้อย่างลงตัวจากปากคุณลุงคนหนึ่งในวัดวิชุล บอกผมอย่างนั้น



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • eaaw

    ฮิๆ น่ารักดี ภาพนี้

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 05:38
  • eaaw

    สวยงาม

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 05:37
  • eaaw

    รูปนี้สวยดีนะคะ

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 05:37
  • spras77

    หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์(โรงเมี้ยนโกศ) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2505 หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ในปี พ.ศ.2502 ที่นี่เป็นอาคาร ที่มีหลังคา สูงประดับด้วยงานแกะสลักเรื่องรามเกียรติ์งดงาม เช่นรูปนางสีดาลุยไฟ ออกแบบโดยเจ้ามะนีวง และแกะสลักด้วยนายช่างภายใต้การควบคุมของพ่อเฒ่าเพียตัน (เพีย เป็นตำแหน่งพระราชทาน หมายถึง พระยา) ช่างใหญ่ประจำพระราชสำนัก หอราชโกศนี้ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษามรดกเก่าแก่ของหลวงพระบาง เช่น ราชรถไม้แกะสลักปิดทอง ประดิษฐานพระโกศ 3 องค์ คือองค์ใหญ่ตรงกลางเป้นของเจ้าศรีสว่างวงศ์ องค์เล็กด้านหลังของ พระราชมารดา ส่วนองค์ด้านหน้าเป็นของ พระเจ้าอา นอกจากนั้นยังมีศิลปวัตถุจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป บานประตูโบราณภาพพระบฎ เป็นต้น ลักษณะพิเศษของหอราชโกศคือ ฝาผนังด้านหน้าสามารถ ถอดออก ได้ทั้งหมดเพื่อเคลื่อนราชรถออก

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:58
  • spras77

    นิทานพื้นบ้านงดงามทคนิคการประดับ กระจกเช่นนี้ยังพบได้ที่ในท้องพระโรง ของ พระราชวัง เจ้าชีวิตลาว ภาพประดับกระจกนี้ดูงดงามเมื่อต้องแสงจึงเป็นมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยม มาถ่ายรูปมาก

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:57
  • spras77

    ส่วนด้านหลังสิม ตกแต่ง ด้วยภาพประดับ กระจกที่ติดเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำมาประติดปะต่อกันเป็นภาพรูปต้นทองซึ้งเป็นความเชื่อ ดั้งเดิม เรื่องการสร้าง เมืองเชียงดง-เชียงทอง ทีมีฤาษี 2 องค์ได้มาปักหมายเขตแดนที่จะเป็นที่ตั้งของเมือง ในอนคตใกล้กับ ต้น ทองด้านบนเป็น ภาพพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากดาวดึงส์

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:56
  • spras77

    บนผนังทั้งด้านนอกและด้านในประดับด้วยลายรดน้ำปิดทองบนพื้นสีดำ เรียกลายฟอกคำ ด้านนอกได้แก่เรื่องท้าวสีสุทน (พระสุธน-มโนราห์) และเรื่องท้าวสุดตะโสม ส่วนด้านในเป็นเรื่อง พระยาจันทะพานิช สถิตสุวันนะพูม พ่อค้าขายหมากพลูจากเวียงจันทน์ที่เดินเรือมา และประชาชน ได้เลือก ให้มาเป็น กษัตริย์เมืองหลวงพระบาง และเรื่องพระเจ้าสิบชาติกเว้นวฝาผนังด้านทิศตะวันตก ที่ยังคงรักษาร่องรอย ดั้งเดิมที่ประดับลาย ทองบนพื้นสีแดง

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:55
  • spras77

    ในบรรดาวัดทั้งหลายในหลวงพระบาง สิมของวัดเชียงทองได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามและได้รับการกล่าวขานมากที่ สุด เปรียบประดุจอัญมณีแห่งงานสถาปัตยกรรมลาว สิมของวัดนี้ถือว่าเป็นแบบหลวงพระบางแท้ สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน มีโครงสร้างที่ไม่สูงนักตามแบบฉบับหลวงพระบาง งดงามด้วย สัดส่วนและการประดับตกแต่ง สิ่งที่เด่นมากคือ หลังคาซ้อน 3 ตับซึ่งดัดอ่อนโค้งและลาดต่ำลงมามาก ทั้งนี้เพื่อป้องกันฝนสาด บนกลางสันหลังคามีการทำ “ช่อฟ้า” รูปเขาพระสุเมรุและทิวเขาสัตบริภัณฑ์ที่ล้อมรอบ 7 ชั้น รองรับด้วยปลาอานนท์ อันเป็นรูปการจำลองจักรวาลตามคติทางพุทธศาสนาเช่น เดียวกับที่ปรากฎ ใน จิตรกรรมของล้านนา และอยุธยา หน้าบันแกะสลักเป็นรูปดอกตาเว็นหรือลายดวงอาทิตย์ ที่ดูคล้าย ลายดอกจอกของไทยเมื่อเดินขึ้นบนสิมจะพบกับมุขโถงด้านหน้ากว้าง ใช้สำหรับเป็นที่วางเครื่องบวช และ ที่นั่งของศรัทธา ที่มาทำบุญบางครั้งเมือมีแขกคนสำคัญมาเยือนจะใช้เป็นที่ทำพิธีผูกขวัญข้อมือ อีกด้วย ผนังด้านนอกทิศเหนือทางแม่น้ำโขงมีเศียรช้างชูงวงประดับกระจก ใช้เป็นช่อง ให้น้ำพระพุทธมนต์ที่ รดผ่านรางรดสรงมายังพระพุทธรูปในสิม ไหลผ่านท่อที่ฝังไว้และไปออกที่เศียรช้าง เพื่อให้ประชาชนนำ น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ไปประพรมร่างกายเพื่อความเป็นศิริมงคลในวันสงกรานต์ สิมแห่งนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2471

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:54
  • spras77

    ป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในหลวงพระบาง สร้างในระหว่าง พ.ศ. 2102-2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้าง และ ล้านนา ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงมายังนครหลวงเวียงจันทน์ไนานนัก วัดนี้ถือว่าเป็น “วัดประตูเมือง” และยังเป็นท่าเทียบเรือด้านเหนือ สำหรับการเสด็จประพาสทางชมมารถ ของกษัตริย์หลวงพระบาง วัดเชียงทองจึงได้รับการอุปถัมภ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะ ในสมัยเจ้ามหาชีวิต ศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สอง พระองค์สุดท้ายของลาวด้วย นอกจากนี้วัดเชียงทองยังเป็นวัดหนึ่งที่รอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่ เผาผลาญเมือง ในปี พ.ศ.2430 สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ซุ้มประตูโขง พระธาตุ พุทธสีมา หอไหว้น้อย หอไหว้สีกุหลาบ หอไหว้หลังสิม หอกลอง หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:53
  • spras77

    วัดเชียงทอง จะให้ดี รีบตื่นแต่เช้าแล้วรีบมาครับ ไม่งั้นทัวร์ลงแล้วจะไม่มีที่ยืน ไม่มีโอกาสดู หรืิอเห็นครับ

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:50
  • spras77

    ทางขึ้นจากน้ำโขง มาวัดเชียงทอง ครับ

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:48
  • spras77

    ธาตุหมากโม ในวัดวิชุล

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:47
  • spras77

    เณรวัยรุ่น กับจิตใจที่ยังไม่สงบดีนัก เส่ห์อีกอย่างของการบวชเป็นพระ ครับ ชายไทยใครได้บวชแล้วจะรู็ดี

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:47
  • spras77

    โีรงเรียนวิจตรศิลป์ ของหลวงพระบาง หรือคล้ายกับเพาะช่างบ้านเรา ครั บน่าจะไม่ใช่ในระดับอุดมศึกษา วันนั้นมี นิทรรศการภาพเขียนของนักเรียนศิลปะด้วยครับ

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:46
  • spras77

    ผมไม่ใช่เป็นคนชอบเที่ยววัดเลย ไม่มีความรู้และออกจะกระด้างไปด้วย แต่การมาหลวงพระบาง อย่างที่นักเดินทางผู้ช่ำชองแนะนำคือ การทำการบ้านมาล่วงหน้า ทุกวันนี้ง่ายกว่าอดีตเยอะครับ ลองทำดู แล้วจะเที่ยว เดินทางอย่างมีสีสัน กลับมาก็ยังไม่ลืม

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:45
  • spras77

    หลายคนมาหลวง พระบางแล้วบอก ผิดหวัง งั้นๆ ไม่มีอะไรให้ดู น่าเบื่อ ไม่มีที่ shopping แสดงว่ามาผิดที่่แล้วครับ

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:44
  • spras77

    มาหลวงพระบาง แน่นอนว่าหากมากันเองต้องทำการบ้านครับ อย่างน้อยๆ คู่มือก้ต้องมีเตรียมมา ไม่งั้น เราจะไม่ต่างอะไรกันกับนักเดินทางแบบชะโงกทัวร์ หรือนักเที่ยวแบบพญาชมเมือง ที่ต้องมีคนดูแล เอาใจใส่ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนครับ แต่ที่แน่ๆ มาหลวงพระบาง ยังไงก้ไม่พ้นวัด จึงต้องน่าจะรู้ว่ามาวัดในหลวงพระบาง น่าจะต้องดูอะไร เห็นอะไร และสื่ออะไรบ้าง

    โพสเมื่อ 5 ม.ค. 53 เวลา 01:42

ศรัทธาแห่งพระพุทธศาสนา
โพสต์เมื่อ วันอังคาร ที่ 5 มกราคม 2553
เวลา 06:21
เข้าชม 1,231 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/dF0tui