วันที่ 2 Kairouan - Sbeitla - Tozeur วันนี้เราอยู่ตอนกลางของตูนีเซีย เริ่มลงมาทางตอนใต้มากยิ่งขึ้น โดยจะอยู่ในเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งไครวนจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนาอิสลามคือมัสยิดที่สวยงาม มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะ ซึ่งเรามีเป้าหมายอยู่ที่มัสยิดหลัก 2 แห่งคือ The Great Mosque of Sidi Uqba , Mossque of Barber หรือมัสยิดของช่างตัดผมที่เป็นอนุสรณ์สถานของศตวรรษที่ 17 และขึ้นป้อมปราการชมสระกักเก็บน้ำ The Aghlabite ในมุมสูงซึ่งเป็นที่กักเก็บน้ำเพื่อส่งใช้ในตัวเมืองในอดีตที่ใช้ระบบไฮโดรลิค ( จากจำนวน 15 แห่ง ) และจึงลงใต้ไปสู่เมืองสไบทลาเพื่อชมซากปรักหักพังของอาณาจักรโรมันโบราณที่มีสภาพสมบูรณ์และเข้าไปชมได้ใกล้ชิดที่สุดและปิดท้ายเข้าสู่เมืองโทเซอร์เพื่อพักผ่อนและเตรียมเดินทางเข้าสู่โอเอซิสแห่งทะเลทรายซาฮาร่าต่อไป เมืองไครวน (Kairouan)หรือบางครั้งที่คนท้องถิ่นจะออกเสียงไครูน หรือเมืองคารวาน (Karwan)ในภาษาเปอร์เซีย ในอดีตเป็นเมืองหลวงของมาร์เกร๊บ(Maghreb – หรือกลุ่มเมืองในกลุ่มประเทศโมร๊อคโก แอลจีเรียและตูนีเซียในปัจจุบัน)เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยู เนสโก เมืองไครวนนี้ก่อตั้งโดยชาวอาหรับเมื่อราวปี ค.ศ. 670 สมัยของพระเจ้ากาหลิบ มูวิยา (Caliph Mu’awiya)เป็นศูนย์กลางในการสอนศาสนาอิสลามและคัมภีร์กุรอานจนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่ง 50 มัสยิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป็นเมืองสำคัญมากทางศาสนาในดินแดนแถบแอฟริกาเหนือ นอกจากความสำคัญทางด้านศาสนาแล้ว เมืองไครวนยังมีชื่อในการทอพรม โดยเป็นศูนย์กลางของพรมทอที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในตูนีเซีย ซึ่งพรมของไครวนจะโดดเด่นในเรื่องศิลปะการใช้เรขาคณิตเบอร์เบอร์ในการออก จึงเป็นแบบพรมที่มีความเป็นเลิศและสร้างความภูมิใจให้กับเหล่าช่างทอพรมชาวตูนิสอย่างมาก สระน้ำอักห์ลาไบท์ (The Aghlabite Pools) สระน้ำหนึ่งในจำนวน 15 สระน้ำที่สร้างขึ้นโดยผู้นำชาวอักห์ลาไบท์ เป็นสระกักเก็บน้ำเพื่อส่งป้อนเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทักษะความสามารถของชาวตูนิสในศตวรรษที่ 7 ที่สามารถพัฒนานำระบบไฮโดรลิกมาใช้งานทดน้ำเพื่อใช้ในตัวเมือง มัสยิด ซิดิ อัคบา( The Great Mosque of Sidi Uqba ) มัสยิดที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 817 จากมัสยิดเดิมที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 670 โดย Uaba Ibn Nafi เพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมฉลองการมีชัยชนะเหนือคริสเตียนไบเซนไทน์ แม้จะไม่หลงเหลือร่องรอยของสิ่งก่อสร้างอาคารดั้งเดิมในศตวรรษที่ 7 แต่มัสยิด ซิดิ อัคบา แห่งนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นมัสยิดแห่งแรกในเมืองแรกของศาสนาอิสลามในโลกอิสลามตะวันตก จุดเด่นที่นี่คือเสาหินแกรนิตจำนวน 414 ต้น ที่ค้ำตัวอาคารที่เปรียบเสมือนดั่งกำแพงสี่ด้านกว้าง 70 ยาว 125 เมตร ล้อมรอบลานหินกว้างด้านหน้าหอคอยสามชั้นที่สูงใหญ่โต และอาคารมัสยิดห้องโถงสวดมนต์หลังคาโดมที่อยู่ตรงข้าม งานการตกแต่งภายนอกและภายในนั้นถูกทำขึ้นด้วยความประณีตบรรจง ที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมชั้นสูงของโลกอิสลามตะวันตก มัสยิดของช่างตัดผม (Mosque of the Barber) หรือสุสานของซิดิ ซาห์อับ Sidi Sahbi Mausoleum ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมัสยิดของช่างตัดผมเป็นเสมือนอนุสรณ์สถานของศตวรรษที่ 17 หลุมฝังศพ โดม และอาคาร สร้างขึ้นโดย บีย์ มูราดิด ฮัมมูดา ปาชา (บีย์คือชื่อตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร) (Muradid Hammuda Pasha Bey) หอมินาเรต หรือหอคอยยอดแหลม และห้องเรียนศาสนา สร้างโดยบีย์ มูราด ที่ 2 (Murad II) มัสยิดแห่งนี้เป็นที่เคารพบูชาของ อาบู ซามา อัลบาลาวี (Abu Zama’ al-Balaui) ผู้นำศาสนาอิสลามที่รู้จักกันอย่างดีในนาม ซาดิ ซาห์บี สหายขององค์ศาสดามูฮัมมัด ซึ่งเคยประกอบอาชีพช่างตัดผมและได้เก็บเครา 3 เส้นของพระศาสดามูฮัมมัดไว้ในกระเป๋าติดตัวโดยตลอด จึงนำชื่อของท่านมาใช้กับมัสยิดแห่งนี้ ที่นี่จะตกแต่งด้วยเซรามิก(ceramics)และปูนสทัคโค(stuccoes)ที่งดงามตามระเบียงทางเดินภายใต้หลังจนถึงห้องหอด้านใน จากไครวน เรามุ่งหน้าลงใต้ไปอีกราว 1 ชั่วโมงบนเส้นทางสาย RN12 มุ่งสู่เมืองเล็กๆอย่างสไบทลา ซึ่งทัศนียภาพ 2 ข้างทางเริ่มเปลี่ยนไปจากทุ่งหญ้าเขียวขจี กลายเป็นทุ่งว่างเปล่าเริ่มแห้งแล้ง มากขึ้น สไบทลา (Sbeitla) เมืองเล็ก ๆในภาคกลาง มีจุดเด่นคือเป็นเมืองโรมันโบราณ ที่เป็นศูนย์กลางของคริสเตียนในยุคของอาณาจักรไบเซนไทน์ ต่อมาเกิดการล่มสลายจากการรุกรานของอาหรับมุสลิม ที่นี่เป็นเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 ได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซียสไบทลาเป็นเมืองที่เกรกอรีผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสระภาพพ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียน ไบเซนไทน์ ยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิและสถาปนาสไบทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เทจในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 642 แต่ความฝันสามารถบรรเจิดได้ไม่ถึงปี กองทัพของจักรพรรดิเกรกอรี่ ก็พ่ายแพ้และพระองค์ก็ถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 647 ถึงแม้กองกำลังอาหรับได้ทอดทิ้งตูนิเซียให้โดดเดี่ยวนานกว่า 20 ปี แต่กระนั้นก็ได้จุดประกรายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย ที่นี่มีแหล่งโบราณคดีในยุคสมัยโรมัน ที่สามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตกาล ที่ยังคงสภาพที่เกือบสมบูรณ์หลงเหลือให้เห็น ทั้งกำแพงซุ้มประตู ป้อมปราการ โรงละครกลางแจ้ง ฟอรั่มศาลากลาง โบสถ์คริสเตียน อ่างในพิธีแบปติสหรือศีลจุ่ม ห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำที่ปูพื้นด้วยเซรามิกประดับลวดลาย วิหารเทพ ตลาด และทางเดินที่ปูลาดรายเรียงด้วยก้อนหิน <img src="http://multiply.com/mu/spras77/image/1/photos/193/500x500/155/tunis-8051-resize-025.jpg?et=pzTbShLPa7mF4wNtOdvYsg&nmid=520265164'> หลังจากนั้นก็เดินทางสู่ภาคใต้ของตูนีเซียที่ใช้ระยะเวลาเดินทางอีกราว 3 ชั่วโมงสู่เมืองโทเซอร์ (Tozeur) ที่ ในอดีตเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของโรมัน โทเซอร์ (Tozeur) เป็นเมืองในภาคใต้และเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ ของตูนิเซีย เป็นแหล่งของต้นปาล์ม และอินทผลัม มีชื่อเสียงโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมการใช้อิฐสีเหลืองและสีน้ำตาลอ่อน อีกทั้งรูปแบบทางเรขาคณิตที่เรียบง่าย แต่สมบูรณ์แบบ เป็นสถาปัตยกรรมที่แตกต่างและสวยงามที่สุดของตูนิเซีย คืนนี้เราเข้าพักที่โรงแรมในเครือ Golden Yasmine เหมือนเมื่อวาน ซึ่งในวันนี้เป็นโรงแรม Golden Yasmine Ras Al Ain Tozeur ซึ่งเป็นโรงแรมขนาด 4 ดาวในเมือง Tozeur ปากทางทะเลทรายซาฮาร่า โรงแรมแห่งนี้แม้จะมาตรฐาน 4 ดาวแต่กลับพบว่ามีความสนุกและมีความสุขในการได้มาพักผ่อนมากกว่าโรงแรมเมื่อวาน ที่โรงแรมแห่งนี้สามารถให้ได้ internet ได้ฟรี ในบริเวณ Lobby จะสามารถใช้ wifi ไอย่างสะดวกและรวดเร็ว แต่ด้วยบรรยากาศที่แห้งแล้งแบบทะเลทรายของที่นี่จึงทำให้ในช่วงกลางคืนอากาศเย็นมาก อีกทั้งพื้นในห้องปูด้วยกระเบื้องจึงเย็นเท้าอย่างมาก คืนนี้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ส่ง e-mail และจัดการรูปเรียนแล้วจึงรีบเข้านอนโดยเร็ว เพราะพรุ่งนี้มีโปรแกรมที่น่าตื่นเต้นรออยู่ คือการนั่ง 4x4 ไปในโอเอซิสและขับผ่านปากทางเข้าทะเลทรายซาฮาร่า



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • dworasayan

    ใหญ่จัง

    โพสเมื่อ 10 ก.พ. 55 เวลา 06:43
  • dworasayan

    สุดลูกหู

    โพสเมื่อ 10 ก.พ. 55 เวลา 06:43

Kairouan - Sbeitla - Gafsa - Tozeur, TUNISIA, North Africa
โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555
เวลา 23:40
เข้าชม 4,477 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/Ktqf7n