วันที่ 6 Hammamet- Nabeul – Tunis เช้าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายในตูนีเซีย ความหวาดกลัวในความไม่ปลอดภัยกับเหตุการณ์ภายในประเทศตูนีเซียได้มลายหายสิ้นไปตั้งแต่ต้นๆของการเดินทางแล้ว ที่เหลืออยู่คือความอาลัยและความชื่นชอบเข้ามาแทนที่ ป้อมปราการเก่าแก่ของเมืองที่ตั้งอยู่ บนชายฝั่งด้านตะวันตก เป็นสิ่งก่อสร้างโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองแฮมมาเม็ท ซึ่งในอดีตใช้เป็นปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู แถวนี้จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าของฝากมากมาย พร้อมๆกับรายล้อมไปด้วย ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แผง เพิงขายของพื้นเมือง งานหัตถกรรม ของฝาก ของที่ระลึก แต่ราคาที่เปิดมาจะสูงมากและอาจต้องทำใจในการต่อราคา ซึ่งหากไม่สนใจจริงๆไม่ควรจะต่อราคากับเจ้าของร้าน เมืองนาเบิล (Nabeul) เป็นเมืองเล็กที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่ตัวเมืองเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จัตุรัสกลางเมือง หรือเมดิน่าเต็มไปด้วยร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาสไตล์เฉพาะของชาวตูนิเซีย รวมไปถึงกระเบื้องลายแปลกตาจำนวนมากมายที่หาไม่ได้จากประเทศอื่น พิพิธภัณฑ์บาร์โด (Bardo Museum) ในอดีตเป็นพระราชวังเก่าของบีย์ (Bey) ชื่อในตำแหน่งของผู้ครอบครองหรือประมุขของรัฐในอดีต อาคารพระราชวังมีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 13 แบบดั้งเดิม และได้รับการบูรณะและขยับขยายมาโดยตลอด เป็นสถานที่ซึ่งได้รวบรวมร่องรอยในอดีตที่น่าสนใจมาก ซึ่งได้ถูกจัดแสดงเรียงตามวันและสถานที่แหล่งกำเนิด ทำให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวตูนิเซีย ตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคของพิวนิก ชาวนครคาร์เทจ สู่ยุคโรมัน และจากยุคโรมัน สู่ยุคของคริสเตียนไบเซนไทน์ จนถึงยุคอิสลาม เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สามารถบ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะของการใช้ชีวิตและความเป็น อยู่ในยุคสมัยนั้น ๆเป็นอย่างดี และเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจากยุคก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึง ยุคร่วมสมัย อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บสะสมชิ้นงานประดับโมเสกที่ใหญ่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดในโลกอีกด้วย ในทริปวันสุดท้ายนี้เรายังมีโอกาสพิเศษได้แวะทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารไทย มโนราห์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงแรม Sinbad ซึ่งมีแม่ครัวเป็นคนไทย จึงทำให้ได้รสชาติอาหารแบบไทยแท้ๆให้หายคิดถึงก่อนเดินทางกลับบ้าน ที่นี่แม่ครัว หรือพี่ปรียาพร ได้โยกย้ายมาอยู่ที่ตูนีเซียพร้อมสามีเมื่อราวเกือบ 20 ปีแล้ว อาชีพหลักคือการเป้นแม่ครัวฝีมอดีที่ได้วิชาติดตัวมาตั้งแต่อยู่เมืองไทยจึงทำให้มื้อเที่ยงสุดท้ายในตูนีเซียเป็นอีกมื้อพิเศษแม้จะเป็นเพียงแค่ไข่เจียว แต่เป็นไข่เจียวแบบรสชาติไทยแท้ๆพร้อมข้าวสวยรสนุ่ม ไม่ใช่ข้าวแฉะ แข็งแบบที่ผ่านมา ขอบคุณมากๆครับ ในความรู้สึกดี ย่อมมีข่าวไม่ค่อยจะสู้ดีตามมาหลังจากมื้อเที่ยงของวันนั้น นั่นคือ รถโค้ชที่ใช้เดินทางนั้นกระจกประตูแตก ซึ่งในตอนแรก มร.มูฮัมเหม็ด พนักงานขับรถแสนขยันของเราเข้าใจว่าน่าจะถูกเฉี่ยวชน แต่ปรากฎว่า เมื่อกลับไปเช็คของภายในรถพบว่าเงินมูลค่าจำนวนหลักแสน ( ตีเป็นเงินไทย ) ซึ่ง มร.มูฮัมเหม็ดจะนำไปซื้อรถคันใหม่ให้กับครอบครัว ซึ่งทำการเบิกไว้ล่วงหน้าก่อนที่งานจะเสร็จในวันนี้ ซึ่งเมื่อเสร็จงานทริปนี้แล้วจะรีบไปซื้อรถและขับกลับบ้านไปหาครอบครัวได้ถูกขโมยไป เท่านั้นยังไม่พอ กระเป๋า 2 ใบของกรุ๊ปที่ร่วมทางไปด้วยกันได้หายไป จึงน่าจะเป็นเรื่องของการโจรกรรมมากกว่า ไม่นานเมื่อ ตร.มาถึง ก็ได้แต่บันทึกเรื่องราว ในขณะนั้นกลุ่มตูนิสมุงด้วยความสนใจ ก็ทวีจำนวนมากขึ้นทำให้รถติดยาวเหยียด พวกเราในกรุ๊ปได้เสนอแนะให้ปีนกำแพงเข้าไปค้นหาในกำแพงซึ่งมีหญ้าขึ้นรกมาก ด้วยสัญชาติญาณการระแวดระวังตัวและการมาจากเมืองที่เรื่องเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เสมอหากไม่ระวัง จึงทำให้พวกเรากลุ่มหนึ่งรีบปีนเข้าไปช่วยกันค้นหา ขณะเดียวกัน เจ้าของร้านอาหารและผู้จัดการโรงแรมทราบเรื่องก็รีบมาดูพร้อมๆกับพนักงานในร้านทราบเรื่องก้รีบเข้าไปค้นหาด้วยความเต็มใจโดยไม่ต้องร้องขอ ซึ่งใช้เวลาหาอยู่นานก็ไม่พบ จึงได้แต่ทำใจและต้องรีบติดต่อประสานกับสถานทูต เพื่อทำพาสปอร์ตเตรียมเดินทางกลับในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางกำลังใจที่เริ่มห่อเหี่ยวและหมดหวัง พี่เจ้าของกระเป๋าเริ่มทำใจ ก็มีคนเสนอแนะให้ลองค้นอีกรอบคราวนี้ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นอาคารร้าง จึงทำเข้าไปค้นหากันอีกรอบเป้นครั้งสุดท้าย หายไปนานราว 15 นาทีก้มีรอยยิ้มกลับมาพร้อมกับเรียก ตร.ท้องถิ่นเข้าไปดู ปรากฏว่าในโซนด้านหลังตึกร้างนั้น มีกระเป๋าหล่นกระจัดกระจายมากมาย และลึกเข้าไปก็เจอกระเป๋าของทุกคนในทริปตกอยู่ แน่นอนว่ากระเป๋าของ มร.มูฮัมเหม็ดด้วยเช่นกัน แต่เงินไม่อยู่เสียแล้ว ........ ขณะที่กระเป๋าของพี่คนไทยที่หายไปปรากฏของอยู่ครับ ทั้งหนังสือเดินทาง ipad เงิน จะมีแต่เพียง iphone เท่านั้นที่หายไป กลายเป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอบคุณกับคนท้องถิ่นหลายคนที่มาช่วยกันหา ที่เหลือจึงเป็นหน้าที่ของ ตร.ที่จะตามกะรอยจาก iphone ต่อไปแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากคนตูนีเซียในยามที่เกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ซึ่งทุกคนยินดีช่วยเหลือด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทนเมื่อทราบข่าว แม้กระทั่งการทำงานของ ตร.เองที่รวดเร็วและกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไปแม้ในบ้านของเราเองหรือแม้แต่ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุด ประสบการณ์นี้ช่วยสอนอะไรหลายอย่างได้เป็นอย่างดีและจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในการเดินทางในดินแดนอื่นๆต่อไป การได้มีโอกาสตระเวนเกือบทั่วประเทศในครั้งนี้แม้จะเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่เมื่อเทียบกับเสน่ห์และสิ่งที่น่าสนใจของที่นี่แล้วถือว่าสั้นมากในความรู้สึก เสน่ห์ของผู้คน ความน่าสนใจของสถานที่ต่างๆจะกลายเป็นความทรงจำให้คิดถึงอยู่เสมอเมื่อจากมา มีคณะที่ร่วมเดินทางต่างให้นิยามกับดินแดนที่เป็นเพื่อนคนใหม่ที่เราเพิ่งรู้จักนี้แบบง่ายๆสั้นๆว่า เป็นประเทศที่ " ก่อนมานั้นไม่อยากมา แต่เมื่อมาถึงแล้วไม่อยากกลับ และเมื่อกลับไปแล้วก็คิดถึงและถวิลหาเป็นอย่างยิ่ง " ขณะที่นั่งเขียน review อยู่นี้ผ่านมาราว 10 กว่าวันแล้ว แต่ความรู้สึกต่างๆยังตราตรึงและประทับใจอยู่ การได้มีโอกาสได้นำเพื่อนใหม่ผู้ห่างไกลอีกซีกโลกมาให้เพื่อนๆที่สนใจและชื่นชอบการเดินทางไปในดินแดนใหม่ ให้สามารถจับต้องได้ด้วยการมีข้อมูลที่เพียงพอ น่าจะช่วยทำให้เพื่อนใหม่คนนี้ที่ชื่อตูนีเซีย เป็นเพื่อนใหม่ที่น่าสนใจและถูกเก็บไว้ใน list ของประเทศที่ต้องหรืออยากไปเยือนให้ได้มากยิ่งขึ้น " Bessalama Tunisian - Au revoir Tunisia "



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • dworasayan

    ชอบอันนี้

    โพสเมื่อ 10 ก.พ. 55 เวลา 06:37
  • dworasayan

    ภาพสลัก หรือวาดครับ

    โพสเมื่อ 10 ก.พ. 55 เวลา 06:37
  • dworasayan

    ดีจัง

    โพสเมื่อ 10 ก.พ. 55 เวลา 06:36
  • iahcnom

    จิ้มไว้ก่อน "อย่างแรงนิ"

    โพสเมื่อ 10 ก.พ. 55 เวลา 01:50

Hammamet- Nabeul – Tunis , TUNISIA, North Africa
โพสต์เมื่อ วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555
เวลา 11:49
เข้าชม 5,699 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/iETDaI