Rainy Cloudy Sunny and Funny mood in Macau - Hong Kong SAR : ย่ำไปในมาเก๊า เมืองมรดกโลก

โพสต์เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน 2556 เวลา 02:56 | เข้าชม 2,039 ครั้ง


ทริปนี้ " แวะ " มาเก๊าเมืองมรดก โลกอีกแห่งที่ยังมีลมหายใจครับ

มรดกโลกที่เราผ่านและไปสัมผัสมานั้น มีทั้งที่ถูกเก็บรักษาอนุรักษ์ไว้ บุคคลภายนอกทำได้มากที่สุดคือการเยี่ยมชมและเฝ้ามอง ส่วนมากมรดกกลุ่มนี้ เราจะพบว่ามักเป็นสถานที่ สิ่งของ ที่สูญสลาย ผุแลพังได้ง่ายรวมไปถึงอยู่ในระหว่างการบูรณะ ดังนั้นความรู้สึกเมื่อไปเยือนแหล่งมรดกโลกกลุ่มนี้เหล่านี้ เราอาจจะทำได้เพียงเก็บงำความรู้สึกและบางครั้งอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมหรือ สัมผัสได้ถึงการเป็น "มรดกของชาวโลกเท่าไหร่นัก "

แต่สำหรับมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ นั้นกลับทำให้เรารู้สึกตราตรึงและเข้าถึงมากกว่า ด้วยเพราะเราสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและสัมผัสได้ถึงการมรดกของชาวดลกจริงๆ แม้จะมีเวลาไม่มากแต่ก็ยากที่ลืมเลือนได้ มรดกโลกกลุ่มนี้ที่ใกล้บ้านเรามากที่สุดก็เช่นเมืองหลวงพระบาง เมืองฮานอย ที่เราสามารถเข้าไปดื่มด่ำและใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลาง วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างไม่เคอะเขิน



และทริปนี้ก็ทำให้เรารู้สึกอย่างนั้นเช่นกันครับ แม้จะมีเวลาอยู่ที่มาเก๊าเพียงแค่ไม่ถึง 12 ชั่วโมง
" มาเก๊า เมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ "



 

มาเก๊า ชื่อดังและตราตรึงกับเด็กๆชาวไทยมาช้านาน ผ่านภาพยนต์ฮ่องกง ภาพยนต์จีน โดยเฉพาะคนรุ่นผมที่มักจะมีภาพยนต์จากฮ่องกง และ จีนะติดอันดับมาฉายให้ดูตั้งแต่ในวัยเด็กกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น ภาพยนต์เหล่านี้แม้จะได้รับความนิยมลดน้อยลงตามกระแสหลักของโลกภาพยนต์ใน สังคมไทย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของคนไทย กับภาพสังคมจีน มาเก๊า ฮ่องกง ห่างหายไปแต่อย่างใด

มาเก๊าถูกตรึงตอกในความรู้สึกผมด้วยการเป็น เมือง Casino ชื่อดังและอู้ฟู่ กลุ่มเป้าหมายหลักของคนเข้าเมืองนี้ก้น่าจะกลุ่มนักพนันเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกับบ่อนใหญ่ในประเศเพื่อนบ้านเรา ที่มีบ่อนใหญ่รองรับนักเสี่ยงโชคชาวไทยเสมอ

ไหนๆก็จะเดินทางไปฮ่องกงอยู่แล้ว จะเป็นอะไรหากจะลงที่มาเก๊าและลองทำความรู้จักกับที่นี่ดูสักหน่อย จึงทำให้ทริปนี้เราเลือกเดินทางไปลงที่ สนามบินมาเก๊า และขากลับกลับทางฮ่องกง ครับ

เมื่อเลือกแบบนั้นแล้ว ก็ทำให้เราเริ่มทำการบ้านและเรียนรู้มาเก๊า ก่อนเป็นอันดับแรก
หลังจากนั้น

" ก็กลายเป็นความท้าทายและลงท้ายเมื่อกลับมาถึงบ้านก็กลายเป็นความเสียดาย ที่เราให้เวลากับมาเก๊า น้อยไปอย่างที่ควรจะเป็น "




มาเก๊า มีเสน่ห์มากกกว่าการเป้นแต่เมืองแห่ง casino ของนักแสวงโชค แต่ที่นี่ยังมีลมหายใจของการผสมผสานอารธรรมตะวันนอกอย่างของจีน และอารยธรรมตะวันตกอย่างลงตัว ที่หมายถึงคนท้องถิ่นไม่ได้เคอะเขิน ที่จะใช้ชีวิต วิธีคิดแบบคนตะวันนออกแต่มีลมหายใจ แบบคนตะวันตก

เราออกเดินทางด้วยสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ครับ  Flight ที่ 2 ของวันซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่ไม่ดีนัก เพราะกว่าจะถึงมาเก๊าก็เวลาบ่ายโมงกว่าๆแล้ว

 

ไทยแอร์เอเชีย FD 2542 พาเราเดินทางถึงท่าอากาศยานมาเก๊า เขตปกครองพิเศษของจีนในเวลาประมาณ 13.40 น. ( เวลาท้องถิ่น ) ด้วยความนิ่มนวลและการบริการดี เอาใจใส่ของพนักงานของไทยแอร์เอเชีย ครับ



ไฟล์ทนี้คนไทยไม่เยอะมากนัก กลับพบว่าส่วนใหญ่ถือพาสปอร์ตจีนกันเป็นส่วนใหญ่ เกินครึ่งลำ
ประเทศไทยเป็นเป้าหมาย แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนจีน ฮ่องกง และมาเก๊าอยู่แล้วครับ ระหว่างอยู่บนเครื่องพนักงาน ได้แจกเอกสารผ่านแดนให้เรากรอก ซึ่งง่ายและใช้เวลาไม่มากนัก เราพร้อมจะทำความรู้จักมาเก๊าแล้วครับ



ใช้เวลาไม่นานกับด่านตรวจคนเข้าเมืองของมาเก๊า แล้วก็มารอรับกระเป๋าที่มารอเราอยู่แล้วอย่างรวดเร็ว เตรียมเข้าเมืองมาเก๊ากันครับ ( สนามบินไม่ใหญ่ สลับซับซ้อนอะไรมาก พอๆกับสนามบินนานาชาติในต่างๆจังหวัดบ้านเรา )

มาถึงมาเก๊าแล้วก็เป็นไปตามที่เราตรวจสอบสภาพอากาศจากทางเวบไซต์ ของพื้นที่มาเก๊าและฮ่องกงครับ
จากแต่เดิมคาดการณืว่าจะเจอฝนหนักราว 2 วัน ปรากฎว่าพอใกล้เดินทาง เมื่อตรวจสอบสภาพอากาศอีกครั้งพบ ว่า เราจะเจอทั้ง ท้องฟ้าที่ครึ้มฝน แดดร่ม แดดออกและฝนปรอยๆ ในวันเดียว ตลอดทริปนี้ครับ

 

พร้อมลุยครับ



เรามีเวลาให้กับมาเก๊าไม่มากนักและจะข้ามไปนอนที่ฮ่องกงในวันเดียวกัน แผนของเราก็คือจะเที่ยวฝั่งเกาะ Taipa กันก่อนเพราะอยู่ในพื้นที่สนามบิน แน่นอนว่าเราเลือกไป The Venetien หลังจากนั้นจึงข้ามไปฝั่งมาเก๊าและนั่งเรือจากท่าเรือฝั่งนั้น ไปลงที่ฮ่องกงฝั่งเกาลูน ครับ

สนามบิน  ---> The Venetian  --->  ท่าเรือ Macau Ferry Terminal --->  ฝากกระเป๋าที่ท่าเรือ --->  Senado Square --->  St.Paul Cathedral --->  ท่าเรือ Macau Ferry Terminal  --->  Fisherman's Wharf  --->  รับกระเป๋า ---> ฮ่องกง ---> ท่าเรือ HK ( China Ferry Terminal  ฝั่งเกาลูน )

 

The Venetian
การเดินทางจากสนามบินมาเก๊า :

เราจะใช้บริการรสบัสฟรีของคาสิโน เพื่อไปที่ The Venetien ครับ เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเก๊าเรียบร้อยแล้ว เราเดินไปทางขวามือจนออกนอกตัวอาคาร



จะพบกับท่าจอดรถบัสของ Venetian ( และหลายๆคาสิโนจอดอยู่ ) สามารถขึ้นฟรีไปได้เลย หากมีกระเป๋าใบใหญ่สามารถเอาไปวางไว้ใต้ท้องรถได้เลย ( บริการตัวเอง)




 

ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึง The Venetian  ระหว่างนั้นก็ผ่านตัวเมืองฝั่งเกาะ Taipa ครับ
ที่นี่เต็มไปด้วยคาสิโน จำนวนมากมาย บ้านเมืองสะอาดตา ครับ



ถนนแม้จะเพียง 2 เลนขนาดไม่ใหญ่ รถไม่ติดและขับกันไม่เร็ว



ผ่านมหาวิทยาลัยทางด้านวิศวรรมและเทคโนโลยี



ไม่นานเราก็ถึง คาสิโน The Venetian

 

เรามาทำไมกันที่ Casino  The Venetian ?

ใช่ครับที่ The Venetian นอกจากจะเป็น Casino ขนาดใหญ่แล้วยังมีความสวยงามและเป็นอีกแหล่งท่องที่ยวที่เป็น land mark ให้กับมาเก๊า  ที่นี่เป็นโรงแรมและคาสิโน ครบวงจร จุดสนใจของที่นี่หากไม่ได้มาเสี่ยงโชคแล้วก็ยังสามารถมาเดินถ่ายรูปและ Shopping ในบรรยากาศเมืองเวนิส ได้ครับ



บริเวณ Main lobby ที่นี่เราสามารถฝากกระเป๋าไว้ได้ครับ  พนักงานจะมีจุดรับฝากกระเป๋าพร้อม เซ็นเอกสาร โดยจะให้ slip แก่เราซึ่งต้องนำมายื่นตอนรับกระเป๋าครับ

บริวณ Main lobby ที่โอ่อ่าและอลังการ หากเลี้ยวซ้ายและเดินตรงเข้ามา เราจะถึงพื้นที่คาสิโน ขนาดใหญ่ครับ


แต่หากจะขึ้นไปบริเวณ Grand Canal  เพื่อ Shopping จากร้านค้าต่างๆหรือขึ้นเรือกอนโดล่าแล้ว ต้องขึ้นลิฟท์ หรือบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 3 ครับ ( เข้าประตู lobby มาเลี้ยวซ้าย ผ่านตู้ ATM  ขึ้นบันไดหรือลิฟท์ได้เลยครับ )

 

เราไปที่ชั้น 3 กันครับ

ทีนี่จำลองบรรยากาศแบบเวนิสในชั้น 3 ของโรงแรมให้สามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งจากร้านค้ายี่ห้อดังๆ ถึง 350 ร้านค้า และอิ่มอร่อยกับร้านอาหารถึง 40 แห่งภายในเมืองเวนิสจำลองของโรงแรม



ที่นี่ด้านบนจะ paint สีท้องฟ้าครับ ดังนั้นหากเข้ามาในนี้แล้วสามารถจะลืมคืน ลีมวันกันได้เลยทีเดียว



ส่วนมากนักท่เงที่ยวก็จะ Shopping และเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศที่ Grand Canal  กันเป็นส่วนใหญ่

 

ยืนชม หรือร่วมสัมผัสบรรยากาศเวนิสด้วยการนั่งเรือกอนโดลา  หรือเลือกชมโชว์ต่างๆก็ได้  



ทุกครั้งที่เรือกอนโดร่าผ่านจะมีเสียงเพลงซานต้าลูเซีย  (เพลง Santa Lucia เป็นเพลงพื้นบ้านชาวเรือในอิตาลี ) ให้เราได้ยินเป็นระยะเสมอ



ก่อนมาเยือนลองนั่งชมภาพยนต์ The Tourist มาก่อนก็จะช่วยทำให้ได้อรรถรสมากขึ้นครับ

 

 

เราใช้เวลาพอมควรก็ไปรับกระเป๋า และเตรียมเดินทางข้ามไปยังฝั่งมาเก๊า ครับ
ที่นี่เราเจอปัญหา

จากการบ้านที่เราทำมาเพื่อนๆแจ้งว่าเราสามารถเดินทะลุผ่าน Casino ไปยังฝั่ง West Lobby ได้

แต่

ทริปนี้เรามีเด็กๆไปด้วย 2 คนแน่นอนว่าที่ casino มีกฏห้ามให้เด็กเข้า และเค้าคงไม่คิดว่าเราจะลากกระเป๋าเข้าไปเล่นคาสิโน ทั้งๆที่มีเด็กๆมาด้วยแน่นอน เราจะไปฝั่ง West Lobby  ได้อย่างไร? เพื่อที่จะไปขึ้นรถบัสฟรีไปยังท่าเรือ Macau Ferry Terminal

พบว่า เราต้องขึ้นไปชั้น 3 อีกครั้ง เดินอ้อมไปยัง west lobby ของชั้น 3 และลงบันไดเลื่อนลงมาครับ ที่นั้นเราลากกระเป๋าใบเขื่องขึ้นลิฟท์เดินทะลุ เวนิสจำลอง และลงมายังอีกฝั่ง ( ใช้เวลาพอสมควรครับ เพราะคนเยอะ กระเป๋าากเรามักจะชนกับเพื่อนๆนักท่อเงที่ยวบ่อยครั้ง )

ไม่นานเราก็ลงมายังฝั่ง West Lobby ได้

เราก็เดินออกประตูเวเนเชียน เลี้ยวขวา เลือกรถสายที่ไปท่าเรือ Macau Ferry Terminal ( เหมือนเดิมครับบริการตัวเอง ยกกระเป๋าไปไว้ใต้ท้องรถเองแล้วก็วิ่งฉิวตัวปลิวขึ้นรถ )


ระหว่างทางต้องวิ่งข้ามสะพานและสามารถมองเห็น Macau Tower ได้


แล้วก็เห็นท่าเรือ Macau Ferry Terminal ลิบๆ

 

นั่งรถบัสฟรีจาก Venetian ไป Macau Ferry Terminal (ใกล้ๆ Sands Casino) ใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที
เรามาฝากกระเป๋าที่นี่กันก่อนครับ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยัง Senado Square



ถึงท่าจอดรถแล้ว เราก็เดินอ้อมลอดทางลงใต้ดินเพื่อข้ามถนนมายังท่าเรือ ครับที่ฝากกระเป๋าที่ท่าเรือ Ferry Macau อยู่ชั้น 2  ไปถึงท่าเรือแล้วขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไป ชั้น 2



ฝั่งซ้าย เป็นที่ขายตั๋ว ( หากจะข้ามไปลงเรือที่ฝั่งเกาลูน ฮ่องกงจะซื้อตั๋วที่โซนนี้ครับ)


ตรงกลางเป็นทางเข้าที่มีเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว นั่งอยู่ แยกเป็น 2 ฝั่งสำหรับลงที่ฝั่งฮ่องกง กับ ลงที่ฝั่งเกาลูน

 

ถัดไปจากเจ้าหน้าที่ ทางขวา เป็น ตู้รับฝากกระเป๋าอัตโนมัติ ซึ่งราคาค่าฝากกระเป๋า จะขึ้นอยู่กับขนาดกระเป๋า ซึ่งตู้จะมีหลายขนาด(ถ้าขนาดประมาณ 22 - 24 นิ้ว ราคาเริ่มที่ 25 เหรียญ สำหรับ 2 ชม)  พอเอากระเป๋าใส่เข้าไปก็ปิดประตู เครื่องจะพิมพ์ Slip พร้อมรหัสเพื่อใช้สำหรับมาเปิดเพื่อเอากระเป๋า



*** เตรียมเหรียญไปหยอดตู้ด้วย ***
หรือกรณีไม่ได้เตรียมไป สามารถแลกเหรียญได้ที่ตู้นี้ ( ธนบัตรชนิดใหม่ตู้จะไม่รับ โดยจะดีดออกมาครับ สามารถขอแลกกับ จนท.ท่าเรือได้เลย เค้ายินดีบริการครับ )



วิธีใช้ตู้จะมีบอกไว้ครับ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้เลย ซึ่งเมื่อหยอดเหรียญแล้วจะมี slip ออกมาให้ซึ่งจะระบุ code สำหรับเปิดตู้ไว้เมื่อกลับมารับกระเป๋า ( ระวังอย่าให้าย เพื่อป้องกันไว้ก็ถ่ายรูป slip เก็บไว้ครับ )

ที่นี่มี counter รับฝากกระเป๋าด้วยครับ เหมาะสำหรับคนที่มีกระเป๋าขนาดใหญ่มากๆหรือไม่มีเหรียญ เดินเลยตู้รับากกระเป๋าไปนิด บริเวณห้องน้ำของท่าเรือครับ

 

หลังจากจัดการกับภาระกระเป๋าอันแสนหนักอึ้งแล้ว เราก็เดินแบกเป้คนละใบตัวปลิว ไปขึ้นเมล์เพื่อมุ่งหน้าไป Senado Square

ที่นี่เรายังไม่ซื้อตั๋วเรือครับ ( เพราะคิดว่าน่าจะใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมงและคงเลยเวลาเรือรอบกลางวัน ซึ่งราคาคนละ rate กับรอบกลางคืน )

การเดินทางจากท่าเรือ Macau Ferry ไป Senado Square

เรานั่งรถเมล์สาย 3A ฝั่งเดียวกับท่าเรือ  ( สายที่ผ่าน Senado Square ได้แก่  3, 3A, 10, 10A ) โดยเดินออกจาก Terminal ของท่าเรือเลี้ยวซ้ายจะเจอป้ายรถเมล์ ให้เข้าแถวให้ถูกช่องสายรถเมลล์ที่จะผ่าน โดยใช้เวลาประมาณ 10-15นาทีก็ถึงครับ ( ค่าโดยสารน่าจะประมาณคนละ 3 MOP$ หยอดใส่กล่องข้างคนขับขึ้นหน้าลงหลัง ที่นี่ไม่มีทอน สามารถให้เป็นแบงค์ก็ได้ เงิน HK ก็รับครับ)



วิ่งวนไปมาในเมืองมาเก๊า ผ่านคาสิโน ผ่านย่นธุรกิจ โรงเรียน วิยาลัย ตลาด และโบราณสถานหลายแห่ง








จุดสังเกตุเมื่อใกล้ถึง Senado Square คือ

เมื่อรถเริ่มผ่าน Grand Lisboa แล้วให้เริ่มมองที่เกาะกลางถนนซึ่งจะมีน้ำพุเล็ก ๆ อยู่ก็เตรียมตัวที่จะลงได้ครับ จะอยู่ขวามือของเรา เราสามารถจะลงป้ายนี้เลย แล้วเดินขึ้นไปข้างหน้า หรือจะลงป้ายหน้าก็ได้ แล้วเดินย้อนกลับลงมา Senado

 

Senado Square

เป็นจตุรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ ที่มีแหล่ง Shopping มากมายและมีโบรารสถานหลายแห่ง พื้นที่นี้ถูกขึ้นทเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกันครับ


ความโดดเด่นของย่านนี้คือ พื้นถนนโซนนี้ปูด้วยกระเบื้องเป็นรูปลอนคลื่นเหมือนท้องทะเลที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว



 

วันนี้ผู้คนคึกคักครับ
ด้วยว่าเป็นหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนหลั่งไหลข้ามและเข้ามาเที่ยวมาเก๊า
วันนี้ราคาที่พักพุ่งขึ้น(เป็นปกติ)เมื่อเทียบกับวันธรรมดา ราว 3 เท่าครับ



เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ โดยมีจุดหมายที่ ซากประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล (St.Paul Cathedral) โดยเดินวนหาอยู่นาน เพราะมัวแต่เดินชิม และช๊อบ กระทั่งหลุดจากป้ายบอกทาง ผ่านเข้าไปในย่านที่พักของคนท้องถิ่นครับ



และย่านแถบนี้เองได้กลายเป็นอีกจุดดึงดูด ที่เร่งเร้าให้ผมต้องหาโอกาสกลับไปเยือนมาเก๊าอีกให้ได้ในอนาคต
พื้นที่แถบของคนท้องถิ่น ในอาณาเขตที่ฉากด้านหน้าอุดมไปด้วยการค้าขาย - ต่อรองราคาอย่างยิ้มแย้มคึกคัก สนุกสนานกัน
แต่ฉากหลัง ย่านที่พักอาศัย เรากลับได้พบความสงบ แบบของคนท้องถิ่น ร้านค้าเล็กๆ ร้านอาหาร น้ำชา เล็กตั้งสอดแทรกระหว่างตึก เพื่อให้บริการผู้สูงอายุ และเด็ก ที่ไม่ได้ออกไปค้าขาย หรือทำงาน

หลังจากเดินหลุดหาทางไปซากประตูโบสถ์ได้ เด็กๆก็แวะชิมขนมรายทางร้านค้ามาเรื่อยๆ ครับ




จุดน่าสนใจคอ ทำไมแถบนี้ผู้คนแวะเข้าร้านยากันจำนวนเยอะมาก ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นย่านที่เป็นหลักแต่อย่างใด มองเข้าไปก็พบกลุ่มน้องๆเภสัชกรหนุ่มสาว ยืนยิ้มแย้ม ให้บริการกันเต็มร้าน หลัง เคาท์เตอร์ยา




ร้านนี้คนก็เยอะ  บรรยากาศไม่แตกต่างจากร้านยาที่มีมาตรฐานบ้านเรานัก ( คล้ายกันกระทั่งจะเรียกว่าลอกแบบกันมาก็ยังได้ โดยเฉพาะการ display และการบริการ รวมไปถึงรูปลักษณ์ทางกายภาพของร้าน )

  

ไม่เว้นแม้แต่ร้านยาโบราณท้องถิ่นก้มีคนมาใช้บริการ

 

ผ่านร้านขนมชื่อดัง KOI KEI  ร้านนี้คนเยอะมากครับ


เดินตรงขึ้นไป ซากประตูโบสถ์เห็นมาลิบๆ ครับ  คนคึกคักหนาตา และกรุ๊ปทัวร์หลายกรุ๊ป เสียงเซ็งแซ่ แต่ทุกคนก้มีความสุข มีบ้างที่นั่งพักเพราะปวดขาครับ

 

ประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล (St.Paul Cathedral)

ประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล (St.Paul Cathedral) ถูกสร้างขึ้นเมื่อราวต้นศตวรรษที่ 17 เป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นอีก land mark ของมาเก๊า





โบสถ์แห่งนี้แต่เดิมเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวัก ออกไกล ต่อมาเกิดเพลิงไหม้ในปีค.ศ.1835 ทำให้โบสถ์เซนต์ปอลคงเหลือแค่เพียงบานประตู และบันไดทางเข้าด้านหน้าที่สง่างาม ( อย่างในปัจจุบัน)



หลังจากมีการบูรณะขึ้นใหม่ในปีค.ศ.1991 ซึ่งด้านหลังของซากโบสถ์นี้มีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาเพื่อรวบรวมภาพเขียน และจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา หลุมฝังศพของบาทหลวงวาลิคนาโน ผู้ก่อตั้งโบสถ์ ตลอดจนโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น และเวียดนามที่เสียชีวิตเมื่อคราวที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่นั้น

 

ผูู้คนยังหลั่งไหลมาเก้บภาพเป้นที่ระลึก แม้จะต้องเดินบนทางขึ้นที่ลาดชันไม่น้อย



เรานั่งพักเหนื่อยกันที่นี่สักพัก นั่งดูผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่พลาดที่จะมาเก้บภาพกับรูปปั้นหญิงสาวชาวตะวันออก กับชายหนุ่มตะวันตกหน้าตึกนี้





MOD Design Store ร้านขายของที่ระลึก มีสไตล์ของ Senado แถบซากประตูโบสถ์


 

ได้เวลาเดินทางกลับกันแล้วครับ



เราแวะซื้อขนมคุกกี้อัลมอนด์ และ ทองม้วนไส้หมูหยองห่อสาหร่ายที่ร้าน Pastelaria Koi Kei กลับไปเล็กน้อย อย่างที่ทราบกัน มาเก๊าได้รับอิทธิพลเรื่องอาหารการกิน จากชาติตะวันตกมาช้านาน(วัฒนธรรมแบบโปรตุเกส) อาหารและขนมหวานหลายอย่างจึงที่มีกลิ่นอายแบบลูกครึ่ง ที่ผสมรูปแบบจากต้นตำรับและปรุงแต่งให้ถูกจริตชาวตะวันออกมากขึ้น



 

เดินฝ่าฝูงชน


แวะซื้อ magnet ไปฝากเพื่อนกันครับ


 

ถึงตอนนี้แดดร่ม แล้วครับ เดินเล่นกันได้สบายหลังจากที่เจอแดดมาสักพัก เมื่อตอนมาถึง Senado Square  แต่เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปลิบๆ เริ่มเห็นเค้าเมฆฝนมาแล้วครับ

ผ่านโบสถ์ เซนต์ดอมินิค (St. Dominic's Church) ซึ่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าของ จตุรัส เซนาโด้


และสำนักแห่งความเมตตา (Holy House of Mercy)

 

เรายังมีเป้าหมาย ที่ Fisherman wharf  อยู่อีกแห่งครับ
ซึ่งพอดีว่าอยู่เยื้องๆกับท่าเรือ Macau Ferry Terminal ซึ่งเราได้ฝากกระเป๋าไว้และต้องมานั่งเรือที่ท่าเรือนี้พอดี



ขากลับ เราก็นั่งรถสายเดิมทางฝั่ง Senado Square กลับไปท่าเรือ Macau Ferry Terminal และเดินขึ้นสะพานเชื่อม ( ติดแอร์ ) เดินย้อนกลับมาราว 200 เมตรมายัง Fisherman wharf อยู่ตรงเยื้องๆกับท่าเรือมาเก๊า ครับ  ถึงตอนนี้ฝนเริ่มปรอยปรายมาบ้างแล้ว และเลยเวลาฝากกระเป๋าที่เราฝากไว้ 2 ชั่วโมงแล้วเช่นกันครับ

Fisherman's Wharf


Entertainment complex ซึ่งเจ้าของเดียวกับคาสิโนลิสบัว บนเนื้อที่กว่า 100,000 ตารางเมตรอยู่ตรงข้ามกับ Sand Casino ภายในแบ่งเป็นหลายโซน เปิดตลอด 24 ชม. ที่นี่ได้จำลองสถานที่สำคัญๆทั่วโลกไว้ ให้สามารถเข้าไปชมครับ




ที่นี่ว่ากันว่าถูกสร้างเพื่อแก้ฮวงจุ้ยกับ Sands Casino ซึ่งมีทำเลที่ดีซึ่งอยู่ใกล้ทะเล



โดยได้สร้างสถาปัตยกรรมที่จำลองที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ มาข่มไว้  เช่น

ภูเขาไฟจำลอง



ภายใน volcania จะมีกิจกรรมให้เลือกเล่นหลายอย่าง จะเป็นลักษณะเครื่องเล่นต่างๆ ตนเลือกเล่น river of fire เป็นลักษณะคล้ายล่องแก่ง ล่องในน้ำ ซึ่งหากต้องการชมบรรยากาศภายในของ volcania ต้องเสียค่าบัตรราว  40 เหรียญ



อาณาจักรกรีกโรมัน  คอลอสเซียมพร้อมกับ 2,000 ที่นั่งได้รับการออกแบบเป็นสถานที่สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตและการแสดงอื่น ๆได้









เทียบกับ คอลอสเซียมจริง  ได้อารมณ์ใกล้เคียงกันไม่น้อยครับ





 

อียิปต์


ด้านหลัง สถานที่จำลองอียิปต์





มองเห็นไกลๆ เป็นพระราชวังหลวงของปักกิ่ง ซึ่งถัดไปก็คือท่าเรือ ferry นั่นเอง


 

ได้เวลาข้ามไปฮ่องกงแล้วครับ ขณะนี้เวลาก็เกือบๆ 18.30 น. แล้ว เราจะต้องไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ในตู้ และซื้อตั้วเรือ Ferry เพื่อข้ามไปลง ฝั่งเกาลูน ด้วยว่าที่พักเรา นั้นอยู่ฝั่งนั้นนั่นเอง ครับ



เดินกลับขึ้นไปที่ชั้น 2 ของ Ferry Terminal ครับ หยอดเงินเพิ่มอีก 5 เหรียญเพราะเกินเวลามามากกว่า 2 ชั่วโมง แล้วก็พุ่งตรงไปซื้อตั๋วเรือกันครับ
เราเลือกใช้บริการเรือ Turbo Jet ครับ ซึ่งต้องมาขึ้นที่ฝั่งมาเก๊า



รายละเอียดเรือ Ferry ข้ามไปฮ่องกง

เรือสำหรับข้ามไปฮ่องกง :
- เรือ Turbo Jet จะจอดที่ฝั่งมาเก๊า
- เรือ Cotai Jet จะจอดฝั่งไทปาใกล้กับสนามบินมาเก๊า(เดินจากสนามบินมาเก๊าแป็ปเดียวก็ถึงท่าฝั่งไทปาครับ ** )

เรือ Turbo Jet และ เรือ Cotai Jet จะมีทั้งมาจอดที่ HongKong Macau Ferry Terminal ซึ่งเป็นท่าเรือที่อยู่อยู่ฝั่ง Hong Kong มีทางเชื่อมเข้าสถานี MTR Sheung Wan  สามารถลงที่ฝั่ง Kawloon ได้ซึ่งเป็นท่าเรือ HK China Ferry Terminal  โดยท่าเรือนี้จะอยู่ ชั้น 4 ของห้าง China Hong Kong City  ถ. Canton Road  ได้แล้ว  เดินไปขึ้น MTR สถานี Jim sa jui ได้ครับ

เรือ Turbo Jet จะมีเรือไปลงท่าเรือทั้ง 2 ท่า คือทั้งท่าฝั่ง เกาลูน และฝั่งฮ่องกง โดยมีเรืออกทุกครึ่งชั่วโมง โดยราคาตอนกลางวัน ( ก่อน 17.30 น. จะเรต วันธรรมดา HKD147   วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ HKD163 และ กลางคืน หลัง 17.30 ราคา HKD 184

เรือ Cotai Jet มี 1 เที่ยวที่จะไปลงฝั่งเกาลูน ( ช่วงที่ผมไป - ต้องตรวจสอบตารางเดินเรืออีกครั้งน่ะครับ)  คือ 17.30 น. เรตราคา วันธรรมดา HKD149   วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ HKD162  กลางคืน หลัง 17.30 ราคา HKD 185 (เต็มเร็วมาก่อน 30 นาที )   นอกเหนือเวลา 17.30 น.ต้องไปลงฝั่งฮ่องกง ท่าเรือ Hong Kong Macau Ferry Terminal แล้วต่อรถไฟ MTR สถานี Sheung Wan

Tips : วิธีไปท่าเรือ cotai เมื่อลงเครื่องที่สนามบินมาเก๊า **

รับกระเป๋าเสร็จจากสนามบินนานาชาติมาเก๊าแล้ว ให้หันหน้าเข้าหาถนน  เลี้ยวไปทางขวามือ เพื่อออกทางประตูฝั่ง NORTH เดินออกมาจะเจอรถ จากคาสิโนต่างๆมารับนักท่องเที่ยว   ให้เดินมาเรื่อยๆ จากนั้นข้ามถนนตรงทางม้าลาย จะเจอป้าย ทางไปท่าเรือ ช่องทางเล็กๆ ข้างๆเป็นตาข่าย เดินตามไปเรื่อยๆ เมื่อเดินผ่านช่องออกมาจะมองเห็นปั๊มน้ำมันอยู่ฝั่งตรงข้าม  เดินต่อมา เรื่อยๆจะพบทางแยกเล็กๆ ตรงต้นสน เลี้ยวขวา จากนั้น เดินไปอีก จะเจอถนนอยู่ทางด้านหน้าให้ เลี้ยวไปทางขวามือ (ให้ข้ามไปเดินฝั่งตรงข้าม จะมีฟุตบาทให้เดิน ) เดินบนฟุตบาทนี้ไปเรื่อยๆ เลย ท่าเรือจะอยู่ด้านซ้ายมือข้างหน้า เดินมาเรื่อยๆ แค่ 2-3 นาที ก็จะพบ ท่าเรือ cotai jet  
หรือหากขี้เกียจเดิน หรือฝนตกจะนั่งรถ ขี่รถเมล์ฟรี ไปลงเวเนเชี่ยน เดินผ่าน ไปwest lobby มาขี่รถเมล์ฟรี เวเนเชี่ยนไปลงท่าเรือก็ได้ครับ เรตราคาค่าเรือ กลางวันจะคิดถึง 17.00 น. หลังจากนั้นเป็นเรตกลางคืน
 

เราจะไปลงฝั่ง เกาลุนมาซื้อตั๋วฝั่งนี้ครับ



หรือจะซื้อผ่านตู้ก็ได้



counter เปิดแล้วครับ เข้า gate ได้แล้ว


ผ่าน ตม.มาเก๊า เพื่อแจ้งออกครับ ใช้เวลาไม่นานหลังจากนั้นก็ไปรับตั๋ว ซึ่งจะระบุที่นั่งให้ครับ


ภายในมีเพื่อนร่วมทางนั่งรอกันอยู่แล้ว

 

ถึงตอนนี้ ฝนหยุดแล้วครับ ลมแรงไม่น้อย สกพักก็สามารถลงเรือได้ครับ ไม่ต้องรีบเพราะระบุที่นั่งชัดเจนครับ เด็กๆเริ่มเหนื่อยและปวดขากันแล้ว ขนมรองท้อง ซึ่งซื้อติตตัวมาตั้งแต่ Senado ถูกงัดมารองท้องครับ

ภายใน Gate จะเห็น Sand Casino ลิบๆ


ลงเรือได้แล้วครับ


เรือจอดรอเราอยู่แล้ว


จากลามาเก๊าด้วยความเสียดาย เพื่อมุ่งหน้าสู่ฮ่องกงครับ

 

ภายในเรือนั่งสบายและมีอาหาร เครื่องดื่มจำหน่าย


เราลากกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบไปไว้บริเวณสำหรับวางกระเป๋าที่ด้านท้ายเรือหน้าห้องน้ำครับ ไม่นานก็งีบหลับในเวลาอันรวดเร็วด้วยความอื่นเพลียทั้ง 4 ชีวิต สำหรับ 1 ชั่วโมงของการเดินทางจากมาเก๊า มาฮ่องกง

เมื่อใกล้ถึง พนักงานจะนำเอกสารเข้าเมืองมาแจกครับ นั่นหมายความว่าเราควรจะตื่นและกรอกเอกสารให้แล้วเสร้จก่อนจะถึงท่าเรือ HK China Ferry Terminal

 

เราใช้เวลาน้อยนิดมากที่มาเก๊า ครับ ซึ่งแน่นอนเมื่อกลับมาแล้วก้นึกเสียดายที่ยังไม่ได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ หลายคนบอกว่า 1 วันก็เพียงพอสำหรับมาเก๊า อาจจะเป็นจริง หากเดินทางเที่ยวตามจุด Attraction ซึ่งเป็น land mark ของมาเก๊ายอดนิยม

เท่าที่เราได้สัมผัสเรากลับพบว่า มีซอกมุมเล็กที่ความลงตัวระหว่าง 2 อารยธรรมตะวันออกและตะวันตกได้หยั่งรากลงลึกมาช้านานแล้วนั้น มีเสน่หืในตัวเองอย่างมาก ซอกมุมชุมชนเล็กๆในย่านท่องเที่ยว ชุมชนเก่าของมาเก๊า เรายังจำเป้นต้องใช้เวลากับเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจแห่งนี้อีกมากเลยที เดียวครับ


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
Rainy Cloudy Sunny and Funny mood in Macau - Hong Kong SAR : ย่ำไปในมาเก๊า เมืองมรดกโลก
สถานที่ Macau SAR Hong Kong SAR
โพสต์เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน 2556
เวลา 02:56
เข้าชม 2,039 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/HLqmd7