ทริปตามอำเภอใจ ไปตามอำเภอโขง : อ.โขงเจียม - ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี

โพสต์เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน 2556 เวลา 00:05 | เข้าชม 999 ครั้ง


การเดินทางตามอำเภอใจ ไปตามอำเภอโขงทริปนี้ นอกจากจะไปทำงานและพักผ่อนแล้ว ยังถือโอกาสได้ไปแก้มือ หลังจากที่ เมื่อราว 3-4 ปีที่ผ่านมา ดั้นด้นไปจนถึง โขงเจียมแล้วไม่ได้ไปผาแต้มเพื่อชมภาพเขียนสีโบราณ ซึ่งนึกเสียดายมาจนถึงทุกวันนี้

" ทริปนี้ ได้แก้มือแล้วครับ "

วนอุทยาน แห่งชาติผาแต้ม ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พิกัด GPS 15. 23.15 105.31 .30 เป็นอีกอำเภอชายแดนริมโขงที่มีเรื่องราว และภาพชีวิตของคนพื้นถิ่นที่น่าสนใจ

 

ด้วยความที่มีเวลาสำหรับการปล่อยใจ ไปพื้นที่ท่องเที่ยวโดยรอบสำหรับทริปนี้ น้อยไปนิด แต่ก็ไม่พลาดที่จะไปถึงผาแต้ม เพื่อชื่นชมภาพเขียนสีโบราณที่ว่ากันว่ามีอายุมากกว่า 3000 ปี จากการตรวจสอบด้วยกระบวนวิธีทางวิทยาศาสตร์ด้วย คาร์บอน 14 ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่อ่อนด้อยไปกว่าพื้นที่อารยธรรม บ้านเชียง จ.อุดรธานีเลยทีเดียวครับ

 

สิ่งดึงดูดและสร้างความมหัศจรรย์ สำหรับคนยุคปัจจุบันคือ กลุ่มภาพเขียน ที่ว่ากันว่าเขียนโดยมนุษย์โบราณที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ริมโขง เขต อ.โขงเจียม( ในปัจจุบัน ) โดยภาพเขียนที่มีการค้นพบโดย คณะอาจารย์และนักศึกษาโบรารคดี ม.ศิลปากรเมื่อปี 2524 นั้น จะพบในพื้นที่ 4 จุดใหญ่ คือ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอน และผาหมอนน้อย

 

โดยบริเวณที่โดดเด่นมากที่สุดคือที่ ผาแต้ม ซึ่งมีกลุ่มภาพเขียนคล้าย คน สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้จำนวนมากกระจัดกระจายอยู่บนพื้นที่ผา

บางภาพผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่งระบุว่า คือ ภาพสิ่งของคล้าย "ตุ้ม" หรือเครื่องมือจับปลาที่มีขนาดใหญ่ของชาวอีสาน

 

แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนเห็นว่าไม่ น่าจะใช่ตุ้ม เนื่องด้วยวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้นไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ หาปลาที่สามารถจับปลาได้ครั้งละจำนวนมากๆ การจับปลาของคนสมัยนั้นน่าจะจับเพื่อรับประทานเป็นครั้งๆ หรือเก็บไว้ไม่นานมากกว่า จึงไม่น่าจะใช่ตุ้ม แต่น่าจะเป็นรูปคนใส่เสื้อคลุม สวมหัวรูปสามเหลี่ยมแบบ คล้ายกับผู้วิเศษ นักปราชญ์ หมอผี กำลังประกอบพิธีกรรมบางอย่าง

 

หรือมีบางกลุ่มที่เชื่อว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว แล้วแต่ความเชื่อและการตีความของตนแต่ละกลุ่ม

แต่ ก้มีบางภาพที่บอกอย่างชัดเจนถึงความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ไร่นา และการเลี้ยงสัตว์ ในบริเวณ ผาหมอนน้อย ที่เป็นรูปคนกำลังปลูกอะไรบางอย่าง ( ที่ว่ากันว่าคือคล้ายข้าว ) โดยมีสัตว์สี่ขา ซึ่งอาจจะเป็นวัวหรือควายยืนอยู่กลางทุ่งนา ใกล้ๆกันมีรูปคนกำลังล่าสัตว์

 

ภาพเขียนสีเหล่านี้ถูกผูกโยงเข้ากับ ลานหินที่มีกลุ่มก้อนหิน วางเรียงเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่เหนือผาขามที่นักโบราณคดีเรียก "คอกหิน " สันนิษฐานว่าทั้งการวาดภาพและการวางหิน เป็นการประกอบพิธีกรรมของคนสมัย โบราณที่เรียกว่า "พิธีหินตั้ง" แบบเดียวกับ "ทุ่งไหหิน" ในลาว และ "สโตนเฮนจ์" ในอังกฤษ ตามความเชื่อว่าวิญญาณของผู้ล่วงลับไปแล้ว สามารถบันดาล โชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้

 

 

เราใช้เวลาไปกับการชื่นชมภาพเขียนสี โบราณและการเดินทางไป - กลับ บริเวณหน้าผา ราว 3 ชั่วโมงก็จากลา เพื่อไปช่องเม็ก ซึ่งอยู่ไกลมากนักต่อ ( เดินทางราว 30  นาที )

ที่นี่สามารถใช้ใผ่านแดน เข้าออกได้สบายครับ
และใช้เวลาไม่นาน ทริปนี้เราตั้งใจไปแวะ ซื้อ  " กาแฟดาว "  กลับบ้านเท่านั้น ครับ เลยไม่ได้เข้าไปลึกถึง ปากเซ

 

ช่วงบ่ายๆ ที่ด่านวังเต่า - ช่องเม็ก จะเงียบสักนิด เนื่องจากทัวร์ และ นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้าไปลาวใต้ ได้้เดินทางเข้าไปตั้งแต่ด่านเปิดในตอนเช้ากันแล้ว จะคึกคักอีกทีก็ราวบ่ายแก่ๆ  ที่ะมีคณะทัวร์กลับออกมา

แวะเดินเล่นสักเล็กน้อยครับ
ร้าน ค้าบริเวณโซนด้านล่าง สำหรับผมเมื่อเทียบกับการไปเยือนลาวใต้เมื่อ 2-3 ปีก่อน ดูคึกคกขึ้นครับ มีร้านค้ามากึ้น แต่พ่อค้า แม่ค้า ส่วนใหญ่กลับเป้นชสวเวียด ที่พูด ลาว - ไทยอีสาน ได้คล่องปรื๋อ

เสียดายที่โซนด้านล่าง  ค่อนข้างมืดและอบอ้าว อีกทั้งการจัดระเบียบร้านค้าต่างๆอาจทำได้ไม่ดีนัก ซึ่งรวมไปถึงสินค้าหลายอย่างด้วย  

แน่นอนครับว่า DVD  ทั้งหลายที่สามารถซื้อหาได้สะดวก ที่ในหลายด่าน ที่นี่ตรวจเข้มครับ

ปล. มีใครแวะไปนั่ง จิบเบยลาว ตามคำชวนด้านท้ายตลาดมั่งไหมครับ

 

ใช้เวลาสักพัก ก็แวะร้านดาว ครับ
ด้วยว่าติดใจรสชาดกาแฟจากที่ราบสูง บอละเวน มาหลายปี
ทริปนี้จึงติดมือกลับบ้านไปด้วย

หายห่วงเรื่องความสะอาดครับ เพราะผ่านมาตรฐานและได้รับ อย. ของไทยแล้ว

 

บ่ายแก่ๆเรากลับออกมาครับ

 

ที่นี่เราใช้เวลาพักผ่อนจริงๆครับ ทั้งอ่านหนังสือ นอน และ นอน และ นอนนนน ครับ  แต่ที่พลาดไม่ได้แม้จะมีเวลาน้อยนิดคือการเดินเล่นในตัวอำเภอและตลาด โขงเจียม ครับ

 

ทริปตามอำเภอใจ ไปตามอำเภอโขง โดยมีปลายทางอยู่ที่ อ.โขงเจียมทริปนี้ เป็นอีกหนึ่งทริปที่รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับการเดินทาง อาจด้วยแรงขับที่สำคัญที่มักจะเกิดผลทุกครั้งเมื่อได้ไปเยือน นั่นคือเมืองในพื้นที่ชายโขงต่างๆ้นั่นเอง

 

ยามเช้า ที่โขงเจียมในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ สำหรับผมบรรยากาศสวยงามมากครับ   อาจจะด้วยจากเสน่ห์ของเมืองชายแดนริมโขง ที่มีสีสันจัดจ้านและความหลากหลายของวิถีชีวิของคนชายโขง ที่ไม่เคยซ้ำกันในแต่พื้นที่ โขงเจียมก็เช่นกันครับ แม้จะเป็นเมืองชายแดนริมน้ำโขงคล้ายๆกับหลายเมืองที่มีโอกาสได้ไปทำความ รู้จัก แต่ในความเหมือนกลับพบแง่งามและความต่างที่สวยงามของเมืองนี้

 

จริงๆแล้ว โขงเจียมกับผมเพิ่งได้รู้จักกันไม่นาน แม้จะเคยย่างกรายเข้ามาในพื้นที่เขตนี้บ้างแต่ก็ไม่บ่อยและไม่เพียงพอ จากทริปนี้ก็เช่นเดียวกัน เวลาเพียง 3 วัน 2 คืนกับการทำความรู้จัก โขงเจียม อย่างจริงจังถือว่าน้อยนิดมาก แต่ผมกลับพบว่า มันมีค่าอย่างมหาศาล ในความรู้สึกต่อเมืองริมโขง เมืองนี้

โขงเจียม เมืองขึ้นชื่อมานานและกำลังเป็นเมืองที่อยู่ในกระแสหลักของการท่องเที่ยว ด้วยว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติน้องใหม่ที่มาแรงอย่าง สามพันโบก หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังและมีเสน่ห์มานานอย่างเช่น น้ำตกลงรู ผาแต้ม หรือแม้กระทั่งจะผ่านเพื่อไปชายแดนสู่ลาวใต้ก็ตาม



มา เยือนโขงเจียมทริปนี้ผมจึงขอเริ่มตั้งหลักเรียนรู้ คนโขงเจียม จากตลาดสดในตอนเช้า ตามที่ครูบาอาจารย์หลายๆท่านได้สั่งสอนมาว่าหากยังไม่รู้จะเริ่มเดินที่ไหน ให้ย่างเท้าเข้าไปในตลาดสดท้องถิ่นก่อนเป็นที่แรก

 

ที่โขงเจียม เป็นอีกแหล่งที่ได้ชื่อว่ามีความอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพ ของปลาน้ำจืดในแม่น้ำโขงอย่างมากอีกแห่ง ดังนั้นในตลาดสดยามเช้าเราจึงมักจะมีโอกาสได้เจอปลาที่มีรูปร่างแปลก ที่สามารถรับประทานได้เสมอ

 

แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆครับ ภาพชีวิต สีสันของคนท้องถิ่นช่วยทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตคนโขงเจียมในบางแง่มุมได้ อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยๆแม้วันนี้ยังไม่ตกผลึกแต่ก็เป็นข้อมูลในระยะยาวให้ผมได้รู้จัก โขงเจียม อย่างคนมีต้นทุนบ้างแล้ว ก่อนที่จะมาเืยือนโขงเจียมในคราวต่อไป

แก้ไขเมื่อ 14 ต.ค. 53 23:21:56

 

แต่ก็น่าเสียดายที่ภาพชีวิตของตลาด สดยามเช้าที่โขงเจียมจะถูกแทนที่ด้วยตลาด สดของเทศบาล ที่มีอาคารหนาแน่นมั่นคงแข็งแรง และสะอาดสะอ้านแบบคนเมืองแทนที่ตลาดสดแบบคนโขงเจียม แต่แม้ในทางกายภาพจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรผมยังเชื่อมั่นว่า น้ำใจของคนโขงเจียมที่พบเจออย่างดาษดื่นในตลาดสดตอนเช้านั้น จะยังคงอยู่เหมือนเดิม

 

3  วัน 2 คืนที่เราสัมผัสกับบรรยากาศโขงเจียม และการพักผ่อนที่ทอแสงโขงเจียม  ทำให้เรามั่นใจว่า เราจะกลับมาเยือนดินแดนแห่งแม่น้ำสองสีนี้อีกแน่นอน  ครับ

ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมานั่งเล่นน่ะครับ

 

 

เพิ่มเติม

http://www.ktc.co.th/ktcworld/2012/content.php?module=topic&topicid=27014&cat=22

http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9805285/E9805285.html


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
ทริปตามอำเภอใจ ไปตามอำเภอโขง : อ.โขงเจียม - ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี
สถานที่ ผาแต้ม อ.โขงเจียม
โพสต์เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน 2556
เวลา 00:05
เข้าชม 999 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/MsaxrG