เฮือนหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์

โพสต์เมื่อ วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน 2556 เวลา 22:02 | เข้าชม 1,919 ครั้ง


จ.บุรีรัมย์ อยู่ทางอีสานใต้ ของประเทศไทย ขึ้นชื่อด้วยมนต์เสน่ห์เฉพาะถิ่นครับ
โดยเฉพาะช่วงหลังๆ 3-4 ปีมานี้ สำหรับแฟนฟุตบอลแล้วค่อนข้างจะคุ้นหู กับ สโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่ง
ที่มีผลงานที่ดีและมีนักเตะที่มีศักยภาพสูง ที่สำคัญกีฬาฟุตบอล ได้ทำให้ บุรีรัมย์ มี land mark แห่งใหม่เกิดขึ้น
ใน จ.บุรีรัมย์ คือ สนามฟุตบอล New I - Mobile Stadium หรือ Thunder Castle ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครับ
ด้วยรูปทรงสถาปัตยกรรมทางสนมกีฬาที่ล้ำสมัยกว่าทุกแห่งในเมืองไทย ที่เป็น football stadium อย่างแท้
จึงทำให้บรรยากาศการไปชมฟุตบอลในช่วงปลายฝน ต้นหนาว ณ จ.บุรีรัมย์ คลับคล้ายกับอยู่ในสนามฟุตบอลสักแห่งในยุโรปกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ บุรีรัมย์ จึงมีความโดดเด่นในสถาปัตยกรรมโบราณ ปราสาทหิน (เฮือนหิน) พนมรุ้งที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญและสวยงาม อีกทั้งเป็น land mark ที่สำคัญของที่นี่มาช้านาน ครับ

เราแวะไป ปราสาทหินพนมรุ้งก่อนจะไปเดินเล่นกันที่ สนามฟุตบอลครับ
ที่นี่จะเป็นอีกแห่งที่ทีมเยือน นักท่องเที่ยวเมื่อมาบุรีรัมย์แล้วมักจะไม่พลาดที่จะมาเยือน

ปราสาทหินพนมรุ้ง

 

ออกเดินทางจาก โรงแรมเทพพนมที่พักในช่วง 5 วันที่ บุรีรัมย์นี้ราว 11.00 น.
วันนี้คนบุรีรัมย์คึกคักกันมาก
มีนักเดินทาง ทีมเยือน
นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาบุรีรัมย์กันมากเป็นพิเศษ

แม้จะเป็นฟุตบอลลีก นัดกลางสัปดาห์ก็ตาม

ระหว่างทางเจอกลุ่ม Big Bike เพื่อนประธานสโมสรที่นี่ และนักท่องเที่ยวแวะทานอาหารเจ้าดัง และอร่อยกันหลายแห่ง
ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงจาก อ.เมือง เพื่อไป อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหิน



 

เราไปถึงช่วงบ่ายๆ มีนักท่องที่ยวกำลังเริ่มเดินทางเข้ามาเที่ยว
ทั้งชาวไทย ชาวกัมพูชาที่มาเป็นคณะทัวร์กลุ่มใหญ่ พระสงฆ์ต่างชาติ ( เมียนมาร์และกัมพูชา )
และมีชาวยุโรปสุงวัยกลุ่มใหญ่ๆอีก 2 กลุ่ม



เทือกพนมรุ้งเป็นภูเขาไฟ (ดับแล้ว)ซึ่งผ่านการระเบิดมาแล้วและธรรมชาติก็ทำให้ปล่องภูเขาไฟเป็นแหล่งน้ำซึ่งมี
มากพอตลอดปีสำหรับการใช้ ที่นี่ได้เป็นสถานี่ศักดิ์ที่คนในสมัยอดีตได้ขึ้นมาสร้างศาสนสถานทางศาสนาพราหมณ์
เพื่อ ถวายเป็นที่ประทับของพระศิวะมหาเทพ

 

ที่มีทำเลเพื่อจะสมมติว่าคือเขาพระสุเมรุ จึงได้เลือกเขาพนมรุ้งสร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้นมา
ทางขึ้นด้านหลังปราสาท



ทางขึ้นด้านหน้าปราสาท
เป็นทางเดินก่อนถึงสะพานนาคราชที่ขึ้นสู่ศาสนสถานปราสาทเขาพนมรุ้ง สองข้างทางเดินนี้มีเสา
ศิลา คล้ายรูปดอกบัวสี่เหลี่ยมปักเรียงรายสองข้างทางเรียกว่า เสานางเรียง
โดยเชื่อว่าเป็นทางเดินสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์



ที่นี่มีทางขึ้นได้ 2 ทางครับ โดยส่วนมากคนเลือกที่จะจอดรถไว้ด้านหน้าแล้วเดินขึ้นมา ซึ่งทางจะสูงชันหน่อย
แต่เราเลือกขึ้นด้านหลังทางไม่ชันมากและมีที่จอดรถกว้างขวาง

 

 

ที่นี่สร้างด้วยหินทรายสีชมพูโดยตั้งอยู่บนขอบปล่องภูเขาไฟ
ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อ รับแสงจากดวงอาทิตย์
ตามความเชื่อในสมัยอดีต

 

มาปราสาทพนมรุ้ง ส่วนใหญ่ต้องการมาชื่นชมทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
ทับหลังแกะสลักเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์ ประดับอยู่ที่ประตูทางเข้ามณฑปปราสาทประธาน ด้านทิศตะวันออก ปราสาทหินพนมรุ้ง



ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธ์ เป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตามคัมภีย์วราหะปุรณะ ได้ให้ความสำคัญกับพระนารายณ์ ว่าเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่พระองค์บรรทมหลับอยู่ที่เกษียรสมุทร หรือทะเลน้ำนม ได้มีดอกบัวผุดขึ้นมาจากพระนาภี บนดอกบัวนั้นได้บังเกิดพระพรหมขึ้น และพระพรหมทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์และสิ่งต่างๆต่อไป

ขณะที่การบรรทมของพระนารายณ์ คือการบรรทมในช่วงการสร้างโลก การกำหนดอายุของจักรวาลตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด ซึ่งเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้าก็จะสร้างสรรพสิ่งต่างๆตลอดทั้งวันถึงเย็น เหตุการณ์เช่นนี้จะวนเวียนไปจนครบ 100 ปีของพระพรหม จากนั้นโลกทั้งสามตลอดจนเทพเจ้าต่างๆ รวมถึงพระพรหมจะถูกทำลายลง และพระพรหมองค์ใหม่ซึ่งจะบังเกิดขึ้นและสร้างโลกต่อไป





ที่มีการเรียกร้องกลับคืนมา หลังจากไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่ชิคาโก

 

ทับหลังภาพฤษีในปราสาทประธาน  บนทับหลังชั้นในสุดของปราสาทประธาน  
ด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ จำหลักเป็นภาพโยคี  5 ตน  
นั่งชันเข่าพนมมืออยู่ที่ซุ้มเรือนแก้วส่วนบนทับหลังด้านทิศใต้ ภายโยคีตรงกลางถือลูกปะคำและมีรูปโยคีขนาดเล็กอยู่ริมสุดทั้ง  2  ข้าง ภาพบนทับหลังนี้เกี่ยวข้องกับพระศิวะ  โดยพระองค์เป็นเทพแห่งโยคะ  พระนาม หนึ่งของพระองค์คือ  มหาโยคี

 





ภาพที่แสดงเรื่องราวการรบระหว่างกองทัพพระรามและกองทัพทศกัณฐ์เรียกว่า " ศึกอินทรชิต "   
โดยอินทรชิตเป็นลูกของศกัณฐ์มีฤทธิ์มาก  แผลงศรนาคบาศมัดพระราม พระลักษมณ์ไว้  
ทศกัณฐ์ให้นางตรีชฎาพานางสีดีเหาะมาในมษบกแก้วมากการรบ  

นางสีดาคิดว่าพระรามตายจริง  
แต่นางตรีชฎาปลอบว่า หญิงที่ผัวตายขึ้นบุษบกแล้วบุษบกจะไม่ลอยแต่นี่ยังลอยอยู่แสดงว่า พระรามไม่ตาย  

หนุมานกำลังจะเหาะไปเอาโอสถที่เกษียรสมุทรมาแก้  เผอิญพระยาครุฑบินมาที่สนามรบ  
นาคที่มัดอยู่จึงหายไป  (ครุฑกับนาคเป็นศัตรูกัน)  
ทุกคนจึงรอดชีวิตภาพเหตุการณ์ตอนนี้ปรากฏบนทับหลังและหน้าบันที่อยู่เหนือขึ้นไป ของมุขปราสาทประธานด้านตะวันตก

ที่มา : buriram.go.th

 



ภาพพระศิวะนาฏราช  บริเวณหน้าบันด้านทิศตะวันออกของมณฑปปราสาทประธานเป็น
ภาพจำหลักพระศิวะนาฏราชหรือพระศิวะทรงฟ้อนรำ



โคปุระ ระเบียงคด  ก่อนถึงปราสาทประธานมีระเบียงคดก่อเป็นห้องยาว แต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้โดยตลอด



เพราะทำผนังกั้นเป็นช่วง ๆ มุงหลังคาเหลื่อมเข้าหากันเป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ สลักด้านบนเลียบแบบหลังคากระเบื้องประดับสันหลังคาด้วยบราสี



ระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มประตู (โคปุระ) โคปุระตรงกลางทิศตะวันออกที่หน้าบัน มีภาพจำหลักรูปฤๅษีซึงหมายถึงพระศิวะในปางที่เป็นผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และอาจรวมหมายถึง นเรนทราทิตย์ ผู้ก่อสร้างปราสาทประธานแห่งนี้ด้วย

 

เราใช้เวลาอยู่ที่ปราสาทพรมรุ้ง ราว 1 ชั่วโมงครึ่งก็รีบจากมา


 

 

http://pantip.com/topic/30064919

 


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
เฮือนหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์
สถานที่ ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์
โพสต์เมื่อ วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน 2556
เวลา 22:02
เข้าชม 1,919 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/OniU2P