ทริปตูนีเซียประตูสู่ซาฮาร่า Unexpected Tunisia : Cathage - Douz - Sidi Bou Said - Hammamet

โพสต์เมื่อ วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน 2556 เวลา 10:43 | เข้าชม 1,743 ครั้ง


ช่วงต้นปี 2012 ขณะนั่งพักเหนื่อยอยู่ในร้านกาแฟกลางเมืองดานัง ประเทศเวียดนามได้รับข่าวผ่านทาง e-mail ว่ามีภาระกิจต้องไปตูนีเซียในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าและให้ติดต่อกลับด่วนเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับ visa และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายใน 1- 2 ชม.นี้โดยด่วน

 

ซึ่งหลังจากจัดการเกี่ยวกับเอกสาร และรายละเอียดต่างๆที่ต้องรีบดำเนินการแล้ว จู่ๆความหนักใจก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ความยินดีปรีดาที่ได้รับทราบภารกิจใหม่ ที่แสนจะท้าทายในดินแดนแอฟริกาเหนือ

" ตูนีเซีย ... ที่เรา ไม่ รู้ จัก .... "

 

 

แน่นอนว่าการเดินทางที่แสนทรมานบน เครื่องบินนานถึง 14 - 15 ชั่วโมงเป็นอีกภารกิจที่ท้าทายไม่น้อย แม้ว่าจะต้องไปต่อเครื่องที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ก่อนก็ตาม

 
 

พลันที่มิตรสหายที่ซึ่งติดศึกกันอยู่ที่ฮอยอันหลายชีวิตทราบข่าว ก็พากันเซ็งแซ่ ถามไถ่ด้วยคำถามที่ชวนหนักใจขึ้นไปอีก

- เลิกรบกันแล้วเหรอ?
- เมื่อวานเพิ่งครบรอบ 1 ปีปฏิวัติไปเอง สงบแล้วเหรอ
- มันไม่ร้อนเหรอทะเลทรายหน่ะ ไหวไหม ( ว่ะ )
และไปถึงว่า อาหารมันจะสะอาดไหม เชื้อโรคต่างๆล่ะ .....

ด้วยความสัตย์จริงว่า "เรา" รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนใหม่คนนี้น้อยมากทีเดียว
ด้วย ภาพลักษณ์ที่ดูจากข่าว ทั้งภาคภาษาไทย ภาคภาษาอังกฤษ รวมไปถึงภาษาอาหรับด้วยกันเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีต้นตอของแหล่งข่าวที่ถูกสร้างจากค่ายโลกเสรีเป็นคนวาง พล๊อตไว้แล้วนั้นได้ถูกเลือกให้นำเสนอข่าวในด้านที่เราคุ้นกันคือ

- ความอดอยาก ยากจนในแอฟริกา
- สงครามกลางเมืองของชาวอาหรับ
- ความสกปรกและโรคร้ายของคนในดินแดนทวีปแอฟริกา

แต่ก็ต้องไป ไปให้รู้ ไปให้เห็นกับตาพร้อมๆกับเวลาที่ทำการบ้านเพียง 1 สัปดาห์แบบไม่เต็มหลังจากกลับจากเวียดนามช่วงฝนพรำ

กาตาร์ แอร์เวย์ถูกจัดให้เป็นพาหนะพาเราบินข้ามทะเลไปถึงแอฟริกาเหนือ ตามมาตรฐานของสายการบินของกลุ่มเหล่านี้ที่มาตรฐานสูงอยู่แล้ว จึงสะดวกสบาย ไม่น้อยและอาศัยหลับนอนกันยาวข้ามคืนกันบนเครื่อง มาถึงตูนีเซียก็เช้าของอีกวัน ( เวลาากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) ราวๆตี 3 - 4

 

ความสนุกสนานบนดินแดนที่เราคาดไม่ถึงกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

" ตูนีเซีย "

 

ประเทศตูนีเซีย

เป็นประเทศที่เราและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ไม่คุ้นเคยและไม่ได้เป็นที่หมายน่าสนใจในการเดินไปท่องเที่ยว ด้วยว่าการที่ตูนีเซียตั้งอยู่ในพื้นที่แอฟริกา ซึ่งมีภาพที่เราเห็นจนชินตาผ่านทางสื่อต่างๆเช่น ความอดอยาก ความยากจน และพื้นที่ทะเลทรายซึ่งแห้งแล้งทุรกันดาร สงครามกลางเมืองและจราจล

ล่าสุดที่ตูนีเซียเป็น Role Model ให้กับอีกหลายประเทศในโลกมุสลิมในก่อให้เกิดการปฏิวัติดอกมะลิ หรือ The Jasmine Revolution ที่มีการสะสมความไม่พอใจจากการถูกกดขี่ การใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสมของผู้นำประเทศ และมาปะทุเมื่อมีเชื้อไฟที่สำคัญซึ่งเกิดจากหนุ่มใหญ่ชาวตูนีเซียซึ่งขายผล ไม้เลี้ยงแม่และน้องหลายคนทนความไม่ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ไม่ไหวเมื่อถูก จับกุมและทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม จึงจุดไฟเผาตัวตายเพื่อประท้วง ซึ่งข่าวการเผาตัวตายของเขาเป็นชนวนจุดเชื้อไฟให้ปะทุออกมาทั่วประเทศ เหตุการณ์นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวอาหรับในประเทศอื่นซึ่งตกอยู่ในสภาพ เดียวกันลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลของตน

การเดินทางที่ไกลและใช้เวลานานก็เป็นอีกอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ ประเทศแห่งนี้ไม่ได้รับความนิยมในการเดินทางมาท่องเที่ยวมากนัก กระนั้นก็ดียังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่แสวงหาพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ท้าทายที่ยังสดและมีสภาวะการท่องเที่ยวที่ยังสมบูรณ์ซึ่งประเทศตูนีเซีย ติดอันดับอยู่ในใจนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ในลำดับต้นๆที่จะหาโอกาสมาเยือนให้ ได้

 

ช่วงที่เดินท่องเที่ยวอยู่ในตูนี เซีย 8 วันจะพบนักท่องเที่ยวชาวเอเชียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากโดย เฉพาะกลุ่มจากประเทศเอเชียตะวันออก ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวจากยุโรปและเชื้อชาติอื่นที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งนิยม เดินทางมาพักผ่อนกันเป็นเวลานานแล้วด้วยว่าค่าใช้จ่ายในการพักผ่อนที่นี่ถูก มากสำหรับชาวยุโรป ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวยังสดและมีคุณภาพมีอยู่มากมายทั่วประเทศ อีกทั้งการบริการต่างๆและสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับการท่องเที่ยวก็มีสภาพ ที่ดีและเพียงพอกับความต้องการ

แม้ตูนีเซียจะเป็นประเทศมุสลิม (ซึ่งมีข้อจำกัดมากมายที่นักท่องเที่ยวต่างศาสนาอาจจะไม่เข้าใจหรือไม่อาจ ยอมรับได้ในบางประการกรณีเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเหล่านี้) แต่ตูนีเซียก็เป็นประเทศมุสลิมที่เปิดรับความเปลี่ยนแปลงและกล้าที่จะปรับ เปลี่ยนในหลายมิติค่อนข้างมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวเอเชียกลุ่มเอเชียตะวันออกนิยมมาเที่ยว ที่นี่กันเป็นจำนวนมาก

 

ความสดและความหลากหลายในพื้นที่เดียว กันเป็นเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนและทำความรู้จักตูนี เซีย ความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมที่รุ่งเรืองในอดีตที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่เป็น จำนวนมากและความสดของทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลายในพื้นที่ประเทศตูนี เซีย โดยมีทั้งความอุดมสมบูณ์เขียวขจี สามารถทำการเกษตรเพาะปลูกได้และความแห้งแล้งของทะเลทรายที่มีพื้นที่เกือบ ครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่รวมกันอย่างสมดุลย์ในพื้นที่เดียว

 

เสน่ห์อีกอย่างที่ดึงดูดนักท่อง เที่ยวให้มาเยือนตูนีเซียที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆแม้แต่ประเทศกลุ่มที่มี ลักษณะใกล้เคียงกัน (กลุ่มประเทศมาเกร็บที่ประกอบด้วย โมร็อคโค แอลจีเรียและตูนีเซีย)คือ คนตูนีเซีย ตลอดเวลาที่อยู่ในตูนีเซีย

เราจะพบเห็นรอยยิ้มและคำทักทายกับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา รอยยิ้มและโบกมือทักทายเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายบนท้องถนนที่เรานั่งรถผ่าน การยินดีให้ความช่วยเหลือซึ่งหากในประเทศอื่นอาจต้องแลกด้วยผลประโยชน์แม้ เพียงเล็กน้อย แต่ที่นี่เป็นนิสัยพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ซึ่งยินดีช่วยเหลือแม้ไม่มีสิ่งของ ตอบแทน สิ่งเหล่านี้แม้แต่ในพื้นที่เมืองหลวงหรือเขตเมืองใหญ่ๆที่มีความเจริญทาง วัตถุอย่างมากก็สามารถพบเจอได้จนเป็นเรื่องปกติ

แม้แต่ในตลาดหรือซุค(Souk) บรรดาพ่อค้าก็ไม่ได้ตื้อให้ซื้อสินค้า โก่งราคาขูดรีด บังคับหรือมีนิสัยแกมโกง ที่นี่หากตกลงและพอใจที่จะซื้อทั้ง 2 ฝ่ายเรื่องราคาก็ไม่ใช่ปัญหา ซึ่งหากเค้าขายได้และพอมีกำไรบ้างเค้าก็ยินดีที่จะขายให้พร้อมๆกับรอยยิ้ม

 

หากมีคำพูดติดปากกันมาช้านานว่าคน ไทยยิ้มง่ายแล้ว คนที่นี่ก็น่าจะยิ้มเก่งไม่แพ้คนไทยเลยทีเดียว ความเป็นคนยิ้มง่ายและเป็นมิตรของที่นี่ ได้ทำให้ภาพสงครามกลางเมือง ความอดยาก และความยากจนของประเทศในแถบแอฟริกาถูกลบหายไปสิ้น นอกเหนือจากสภาพจริงที่ได้มาเห็นกับตาและได้ลองสัมผัสแล้วว่าไม่ได้เป็น อย่างที่พบเห็นในข่าวและสื่อต่างๆแล้ว รอยยิ้มและความเป็นมิตรของคนที่นี่นั่นเองเป็นสิ่งที่สำคัญซึ่งทำให้

ความรู้สึกกลัวและไม่ปลอดภัยจากการได้รับจากการบริโภคข่าวผ่านสื่อต่างๆได้ หายไปและแทนที่ด้วยความระลึกและคิดถึงเมื่อเดินทางจากมา

 

การเดินทางมายังประเทศตูนีเซีย ในปัจจุบันมี 2 วิธีคือการเดินทางมายังฝรั่งเศสและต่อมายังเมืองตูนิส ประเทศตูนีเซียทั้งโดยเครื่องบินและเรือ การที่มีจุดเด่นเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ทวีปยุโรปโดยห่างจากเกาะซิซิลีของ ประเทศอิตาลีเพียง 180 กม.เท่านั้นจึงทำให้มักจะมีนักท่องเที่ยวในแถบฝรั่งเศส อิตาลีและหลายประเทศในยุโรปนิยมนำรถส่วนตัวลงเรือข้ามมาเที่ยวยังตูนิสเสมอ นอกจากนี้ยังมีสายการบินของกาตาร์แอร์เวย์จากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ มายังสนามบินตูนิส คาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย ที่ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 13 ชั่วโมงแบบที่เราเดินทางมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้วย

 

ประเทศตูนิเชียมีชื่อที่เป็นทางการ คือ สาธารณรัฐตูนิเซีย (The Tunisia Republic)

เป็นประเทศอาหรับมุสลิมที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดใน 3 ประเทศที่มีภูมิประเทศตั้งอยู่บนเทือกเขาแอตลาสเมื่อเทียบกับประเทศไทย แล้วจะมีขนาดเล็กกว่าราว 3 เท่า มีพื้นที่ติดกับประเทศแอลจิเรียทางด้านตะวันตกและประเทศลิเบียทางทิศใต้ จุดเด่นที่เป็นเสน่ห์ที่สำคัญอีกอย่างคือการประเทศที่มีพื้นที่ของทะเลทราย ซาฮาร่าอยู่ในประเทศด้วย ซึ่งกินพื้นที่ถึง 40% ( ทางทิศใต้ของประเทศ )

ขณะที่พื้นที่ส่วนที่เหลือกลับเป็นพื้นที่ซึ่งอันอุดมสมบูรณ์มาก สามารถปลูกพืชและทำการเกษตรที่สำคัญได้มากมาย พืชที่ขึ้นชื่อของที่นี่มีทั้งส้ม น้ำมันมะกอก และอินทผาลัมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกและที่ตูนีเซียเป็นตลาดกลางค้าขายอิน ทผาลัมโลกด้วย

ขณะที่พื้นที่อีกส่วนก็ติดชายฝั่งทะเลที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในสมัยโบราณ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการก่อตั้งเมืองคาร์เทจ อันเลื่องชื่อของชาวฟีนิเซีย และ เป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักรโรมันในเวลาต่อมา

 

รายได้ต่อหัวของชาวตูนิสจะพอๆกันกับ ชาวไทยโดยค่าเงิน 1 usd = 1.2 -1.5 dtn ภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่คือภาษาอาหรับและภาษาฝรั่งเศส ขณะที่ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไปก็สามารถใช้ได้ไม่เป็นอุปสรรคแต่ อย่างใด ส่วนปลั๊กไฟเป็นแบบ Type E คล้ายกับที่ใช้ในฝรั่งเศสและยุโรปส่วนใหญ่

สำนักงานของไทยที่ดูแลตูนิเซีย เดิมคือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ปัจจุบันใช้ที่เป็นสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลีประเทศลิเบีย และการขอ visa สำหรับเป็น group บ.ทัวร์ต่างๆสามารถดำเนินการ visa on arrival ได้แต่หากจะขอเองหรือเดินทางด้วยตนเองจะต้องดำเนินการยื่นที่สถานกงสุลที่ กรุงเทพ(ข้างหลังตึกCaesarsที่สี่แยกห้วยขวาง ) และสถานกงศุลจะส่งเอกสารไปที่อินโดนีเซียให้ โดยใช้เวลาประมาณ2อาทิตย์

เอกสารที่ต้องใช้ได้แก่ พาสปอร์ตและสำเนาหน้าที่มีภาพถ่ายของตนเอง , ภาพถ่าย 2 นิ้ว 2 ภาพ , จดหมายรับรองจากที่ทำงาน , หลักฐานการจองโรงแรม , สำเนาบัญชีเงินฝาก , เงิน $65 ต้องไม่เก่ากว่าปี2002 และเงินอีก 1500 บาท  ( ที่มาข้อมูลขอvisa @ trekkingthai โดยคุณthelittlevoice )

 

ลักษณะบ้านเมืองของที่นี่เป็นที่รวม ของผู้คนที่หลากหลายและเป็นศูนย์กลางสินค้านานาชนิดมาช้านานด้วยว่าเป็น เมืองท่าชายทะเลมาตั้งแต่อดีต ซึ่งทิ้งหลักฐานและร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองผ่านสถาปัตยกรรมแบบอย่างโรมัน และในปัจจุบันก็เต็มไปด้วยไปด้วยตึกสมัยใหม่ผสมกับตึกในรูปแบบจากยุค อาณานิคมในแบบฝรั่งเศส ซึ่งรวมไปถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่ก็ดำรงชีวิตคล้ายชาวฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน จุดเด่นที่สำคัญที่พบเห็นบนท้องถนน คือร้านค้าต่างๆโดยเฉพาะร้านกาแฟ ที่มีชาวตูนิสนั่งดื่มกาแฟกันริมถนนหน้าร้านกันเป็นจำนวนมาก


ชาวตูนีเชีย นภาคภูมิใจกับความเป็น modern islam ของประเทศตนเองเป็นอย่างมาก โดยคนตูนิสเองได้อธิบายว่าการปรับความเป็นมุสลิมให้เข้ากับวิถีชีวิตจริงได้ นั้นคือการพัฒนาประเทศอย่างหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งเมื่อทำการบ้านแล้วก็พบว่าน่าจะมีส่วนสำคัญไม่น้อยที่ทำให้ตูนีเซีย มีความก้าวหน้าในวิธีคิดหลายอย่างที่โดดเด่นและแตกต่างจากประเทศอาหรับ มุสลิมอื่นๆ

ด้วยว่าตูนีเซียได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีแผนพัฒนาประเทศและการ พัฒนาด้านการศึกษาที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง จึงทำให้ตูนีเซียที่เป็นประเทศอาหรับซึ่งแทบจะไม่มีทรัพยากรน้ำมันใต้ผิวดิน คอยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจหลักของประเทศแต่ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศกลับได้รับ การศึกษามากกว่าบางประเทศซึ่งร่ำรวยทรัพยากรน้ำมัน และมากกว่าประเทศที่มีประวัติศาสตร์ ความเจริญรุ่งเรืองมาช้านานอย่างประเทศอียิปต์อีกด้วย

การที่มีแนวคิดเป็นที่ยอมรับในระดับสากลจึงทำให้ตูนีเซียมีศักยภาพทาง เศรษฐกิจอยู่ในอันดับต้นของภูมิภาคแอฟริกาทั้งในเรื่องเพลังงานปิโตรเลียม และการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวยุโรปในแง่ของการเป็นแหล่งท่อง เที่ยวตากอากาศที่สำคัญอีกด้ว

 

นอกจากนี้ความโดดเด่นที่สร้างความ ภาคภูมิในการเป็น modern muslim โดยเฉพาะการเป็นประเทศมุสลิมที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ทั้งการการเปิดโอกาสผู้หญิงมีให้สิทธิในการศึกษา การทำงานได้เท่าเทียมกับผู้ชาย นอกจากนี้ที่นี่ยังให้ชายชาวตูนีเซียมีภรรยาได้เพียงแค่คนเดียวอีกด้วยซึ่ง แตกต่างจากประเทศมุสลิมอื่นๆ ดังนั้นถ้าเราไปประเทศมุสลิมอื่นๆ เราอาจคุ้นเคยกับสตรีที่แต่งกายปกปิดมิดชิด คลุมฮิญาบตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน แต่ที่ตูนีเซียได้มีกฎหมายที่ห้ามสตรีคลุมฮิญาบหรือผ้าคลุมผมในสถานที่ ราชการ(นอกเหนือจาก ตุรกีและอาเซอร์ไบจัน ) แม้จะมีเสียงคัดค้านจากชาวกลุ่มมุสลิมที่เคร่งครัด จนต้องมีการปรับแก้กฎหมายให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายในที่สุดก็ตาม

บรรยากาศ ตามท้องถนนทั่วไปโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆอย่างตูนิส(tunis) เมืองซูสส์ (sousse) จะพบชาวมุสลิมตูนิส แต่งกายตามสมัยนิยมคล้ายกับชาวตะวันตกทั่วไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว นักศึกษาและวัยทำงาน ขณะที่ชาวตูนิสดั้งเดิมที่อายุมากแล้ว หรือตามนอกเมืองให้ออกไปก็พบการแต่งกายเหมือนคนมุสลิมทั่วไปประปราย การเปลี่ยนโฉมจากการแต่งตัวตามประเพณีที่พบเห็นทั่วไปในประเทศมุสลิม มาเป็นการแต่งกายตามสมัยใหม่และใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงชาวตะวันตก การมีสิทธิที่เท่าเทียมกันของหญิงชายยุคใหม่ชาวตูนิส จึงมักจะพบเด็กนักเรียน นักศึกษาผู้หญิง เดินกลับจากโรงเรียน มหาวิทยาลัยเป็นปกติ หรือตามร้านอาหาร ร้านกาแฟก็นั่งรวมกันมีแยกหญิงชาย อาจจะด้วยความใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศยุโรป ที่ทำให้ชาวตูนิสรับวิธีการคิดตามตะวันตกมาเสียเป็น ซึ่งทำให้มีความโดดเด่นเหนือประเทศในกลุ่มมุสลิมทั่วไป

 

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2012/02/E11702221/E11702221.html


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
ทริปตูนีเซียประตูสู่ซาฮาร่า Unexpected Tunisia : Cathage - Douz - Sidi Bou Said - Hammamet
สถานที่ tunisia ตูนีเซีย ตูนิเซีย
โพสต์เมื่อ วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน 2556
เวลา 10:43
เข้าชม 1,743 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/bPgf1o